Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
กฎกระทรวง

กฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502

14 ข้อ · ประกาศ 25 ส.ค. 2509

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๙ ครั้งที่ ๔ โดยวิธีออกพันธบัตรเรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๙ ครั้งที่ ๔” มีจำนวนไม่เกินห้าร้อยล้านบาท
ข้อ 2 พันธบัตรรายนี้จะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบสองปีนับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๔
ข้อ 3 พันธบัตรรายนี้เป็นพันธบัตรชนิดจ่ายเงินแก่ผู้ถือมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดต่อปี ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้ในพันธบัตร มีชนิดราคา ดังต่อไปนี้ ฉบับละ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑๐๐ บาท
ข้อ 4 พันธบัตรรายนี้ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๙
ข้อ 5 พันธบัตรรายนี้ให้เป็นไปตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้น โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ 6 เมื่อได้รับคำเสนอขอซื้อพันธบัตรพร้อมด้วยชำระเงินเต็มตามราคาแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบสำคัญชั่วคราวให้ผู้ซื้อยึดถือไว้ก่อน เพื่อแลกเปลี่ยนกับพันธบัตรก็ได้
ข้อ 7 ดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับ ให้คำนวณตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้จนถึงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ และให้เริ่มชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ งวดต่อไปในวันที่ ๑๕ มกราคม และวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ทุกปี ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่
ข้อ 8 ตั้งแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วนให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
ข้อ 9 การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตร ให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตรพร้อมทั้งบัตรดอกเบี้ยทุกฉบับที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หากบัตรดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระในพันธบัตรฉบับใดขาดจำนวนไป ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหักจำนวนเงินตามบัตรดอกเบี้ยที่ขาดในพันธบัตรฉบับนั้นออกจากต้นเงินกู้ที่พึงชำระให้แก่ผู้ถือพันธบัตร
ข้อ 10 ผู้ถือพันธบัตรจะขอจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร โดยมอบพันธบัตรหรือใบสำคัญชั่วคราวตามข้อ ๖ ไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ ในการนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบรับจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ให้ไว้เป็นสำคัญ เมื่อได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรแล้ว จะถอนการจดบัญชีหรือโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรที่จดบัญชีไว้ในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้
ข้อ 11 ผู้ที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรไว้ไม่น้อยกว่าสามปี มีสิทธิขายคืนพันธบัตรได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตามราคาที่ตราไว้ในพันธบัตรนั้น แต่สำหรับพันธบัตรที่มีระยะเวลานับแต่วันที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์จนถึงวันขายคืนยังไม่ถึงเก้าปี ให้มีอัตราส่วนลด ดังต่อไปนี้ ระยะเวลานับแต่วันที่ได้จดบัญชีส่วนลดโดยนับแต่วัน แสดงกรรมสิทธิ์จนถึงวันขายคืนจำหน่ายพันธบัตร ๓ ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๕ ปีร้อยละ ๒ ๕ ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๗ ปีร้อยละ ๑.๕ ๗ ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๘ ปีร้อยละ ๑ ๘ ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๙ ปีร้อยละ ๐.๕ การขายคืนพันธบัตรจะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวัน ก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้ พันธบัตรที่ขายคืนตามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้ว
ข้อ 12 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรรายนี้ และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ 13 ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรรายนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร
(๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่จ่ายและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
ข้อ 14 ในการคำนวณเงิน ตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ ส. วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้ออกพันธบัตรเงินกู้แล้ว ๒,๒๐๐ ล้านบาท หรือเท่ากับ ๑๔.๕๓%
ของงบประมาณรายจ่ายและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ยังจะกู้ได้อีก ๕.๔๗% จึงเห็นสมควรกู้เงินโดยวิธีจำหน่ายพันธบัตรอีก ๕๐๐ ล้านบาท ในการนี้จำเป็นต้องออกกฎกระทรวง เพื่อจัดการกู้เงินต่อไป และเมื่อได้กู้ครั้งนี้แล้วจะรวมเป็นเงิน ๒,๗๐๐ ล้านบาท หรือเท่ากับ ๑๗.๘๓% ของงบประมาณรายจ่ายและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้