กฎกระทรวง
กฎกระทรวง ฉบับที่ 20 (พ.ศ. 2512) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502
16 ข้อ · ประกาศ 11 ก.พ. 2512
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๒ ครั้งที่ ๑ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้สองประเภทเรียกว่า “พันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๒ ครั้งที่ ๑” มีจำนวนไม่เกินสามพันล้านบาท และ “พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๒ ครั้งที่ ๑” มีจำนวนไม่เกินสามร้อยล้านบาท
ข้อ 2
พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทเป็นพันธบัตรชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตรและจดทะเบียน ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย ดังนี้ พันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๒ ครั้งที่ ๑ หน่วยละหนึ่งพันบาท พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๒ ครั้งที่ ๑ หน่วยละหนึ่งร้อยบาท
ข้อ 3
พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๒ ครั้งที่ ๑ จำหน่ายให้เฉพาะแก่ผู้ซื้อ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณกุศล
ข้อ 4
พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๒
ข้อ 5
พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทที่ออกจำหน่ายจะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบห้าปีนับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๔
ข้อ 6
พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ 7
พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดต่อปี การชำระดอกเบี้ยให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรเงินกู้ที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น โดยให้แบ่งชำระปีละสองงวด คือ ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม และวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ทุกปี เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับซึ่งมีหลายหน่วย ให้คำนวณต้นเงินของทุกหน่วยรวมกันตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้ จนถึงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม หรือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน แล้วแต่กรณี
ข้อ 8
เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทพร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรฉบับนั้นไว้
ข้อ 9
การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภท จะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้
ข้อ 10
ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภททั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
ข้อ 11
การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร
ข้อ 12
ภายใต้บังคับข้อ ๑๓ ผู้มีนามในพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งมิได้จดทะเบียนการจำนำ มีสิทธิขายคืนพันธบัตรนั้นได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตามราคาที่ตราไว้ในพันธบัตรฉบับนั้น แต่สำหรับพันธบัตรที่มีระยะเวลานับแต่วันที่จำหน่ายในพันธบัตรจนถึงวันขายคืนยังไม่ถึงสิบปี ให้มีอัตราส่วนลด ดังต่อไปนี้ ระยะเวลานับแต่วันที่จำหน่ายส่วนลดโดยนับแต่วันที่จำหน่าย ในพันธบัตรจนถึงวันขายคืนในพันธบัตรจนถึงวันขายคืน ไม่ถึง ๖ เดือนร้อยละ ๗ ต่อปี ๖ เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑ ปีร้อยละ ๕ ต่อปี ๑ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๒ ปีร้อยละ ๔.๕ ต่อปี ๒ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๓ ปีร้อยละ ๔ ต่อปี ๓ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๔ ปีร้อยละ ๓.๕ ต่อปี ๔ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๕ ปีร้อยละ ๓ ต่อปี ๕ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๖ ปีร้อยละ ๒.๕ ต่อปี ๖ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๗ ปีร้อยละ ๒ ต่อปี ๗ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๘ ปีร้อยละ ๑.๕ ต่อปี ๘ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๙ ปีร้อยละ ๑ ต่อปี ๙ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑๐ ปีร้อยละ ๐.๕ ต่อปี การขายคืนพันธบัตรออมทรัพย์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้ พันธบัตรออมทรัพย์ที่ขายคืนตามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้ว
ข้อ 13
ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งมิใช่บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณกุศล ไม่มีสิทธิขายคืนพันธบัตรฉบับนั้น
ข้อ 14
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ทั้งสองประเภทและจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ 15
ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ทั้งสองประเภทให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร
(๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระ และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
(๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร
(๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระ และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
ข้อ 16
การนับเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ยหรือส่วนลดถ้ามีเศษของงวดหรือเศษของปี ให้คำนวณตามจำนวนวัน และให้ถือว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน ในการคำนวณเงิน ตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒ ส. วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงจำเป็นต้องตรากฎกระทรวงฉบับนี้ขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ซึ่งให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐
ของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๒ จะกู้ได้ไม่เกิน ๔,๗๙๒ ล้านบาท แต่ในวาระแรกนี้เห็นควรกู้เพียง ๓,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งเท่ากับร้อยละ ๑๓.๗๗ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้สองประเภท คือ พันธบัตรลงทุนจำนวนไม่เกิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท
และพันธบัตรออมทรัพย์จำนวนไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท