พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. 2518
4 มาตรา · ประกาศ 6 มิ.ย. 2518
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นปีที่ ๓๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
(๑) ให้สถาบันการเงินกู้ยืมเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้
(๒) ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล หรือหลักทรัพย์อื่นที่รัฐบาลประกันต้นเงินและดอกเบี้ย
(๓) ออก ขาย ขายลด ขายช่วงลด ซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงิน หรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด รวมทั้งเก็บเงินตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือดังกล่าว
(๔) จัดให้มีการรวมกลุ่มกับสถาบันการเงินอื่น หรือร่วมกับสถาบันการเงินอื่นในการให้กู้ยืม
(๕) รับอาวัล ค้ำประกันการกู้ยืมเงิน หรือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา
(๖) ซื้อ ให้เช่า ให้เช่าซื้อ โอนสิทธิหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือการเช่าซื้อ ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งอสังหาริมทรัพย์
(๗) รับฝากเงินประเภทเพื่อการเคหสงเคราะห์ โดยให้ผลประโยชน์อื่นนอกเหนือจากดอกเบี้ย
(๘) เป็นตัวแทนของการเคหะแห่งชาติ หรือกระทำการอื่นใด ทั้งนี้ ตามข้อตกลงที่จะมีต่อกัน
(๙) จัดการกองทุนร่วมออมทรัพย์และสินเชื่อเพื่อการเคหสงเคราะห์ และค้ำประกันผู้เข้าร่วมกองทุนนั้น
(๑๐) ซื้อหรือรับโอน ขายหรือจำหน่ายสินทรัพย์ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัย
(๑๑) ดำเนินการแปลงสินทรัพย์ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักทรัพย์
(๑๒) เป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัย
(๑๓) จัดตั้งหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่นเพื่อจัดตั้งบริษัท องค์กร หรือหน่วยงานเพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการรวบรวม ประมวลผล และให้บริการข้อมูลการให้สินเชื่อ เพื่อประโยชน์ต่อระบบการให้สินเชื่อ
(๑๔) รับประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินโดยจัดตั้งบริษัทหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่น
(๑๕) รับประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน โดยจัดตั้งบริษัทหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่น
(๑๖) ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
(๑๗) ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์
(๑๘) ประกอบกิจการอื่นบรรดาที่เกี่ยวเนื่องกับหรือเป็นประโยชน์ในกิจการตาม (๑) ถึง (๑๗)
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันได้เกิดปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งส่งผลทำให้ระบบสถาบันการเงินเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง สถาบันการเงินของเอกชนจึงชะลอการให้สินเชื่อทำให้ประชาชนและผู้ใช้บริการของสถาบันการเงินของเอกชนมาใช้บริการของสถาบันการเงินของรัฐ เช่น
ธนาคารอาคารสงเคราะห์เพิ่มขึ้นทำให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ต้องรับภาระในด้านการให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นจะต้องเพิ่มช่องทางในการลงทุนและการจัดหาเงินทุน โดยให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์สามารถประกอบกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารประเภทอื่นได้มากขึ้น เช่น การซื้อหรือรับโอน การขาย
หรือจำหน่ายสินทรัพย์ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัย การดำเนินการเกี่ยวกับการแปลงสินทรัพย์ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักทรัพย์ หรือการเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นต้น ประกอบกับในการให้สินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้
โดยต้องอาศัยข้อมูลสินเชื่อที่ถูกต้องและครบถ้วนเพราะหากขาดข้อมูลสินเชื่อดังกล่าวย่อมส่งผลให้การวิเคราะห์สินเชื่อผิดพลาดและทำให้มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์จัดตั้งหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่นเพื่อจัดตั้งบริษัท องค์กร
หรือหน่วยงานเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการรวบรวม ประมวลผล และให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลการให้สินเชื่อ ซึ่งจะทำให้การให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นไปอย่างรอบคอบและรัดกุมยิ่งขึ้น ดังนั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๘
เพื่อให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์สามารถประกอบกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารได้เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันรัฐมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนทุกกุล่มสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองโดยผ่านระบบการอำนวยสินเชื่อ แต่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยไม่มีเงินออม และผู้ประกอบอาชีพอิสระบางอาชีพไม่สามารถแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของรายได้
ทำให้ประสบปัญหาในการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามวิธีการว่าด้วยความเสี่ยงตามระบบของธนาคาร ประกอบกับอำนาจหน้าที่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัด สมควรขยายขอบเขตการดำเนินงานของธนาคารอาคารสงเคราะห์ให้สามารถประกอบกิจการในการซื้อ ให้เช่า ให้เช่าซื้อ โอนสิทธิหรือรับโอนสิทธิการเช่า การเช่าซื้อ
ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งอสังหาริมทรัพย์อันเป็นกลไกในการให้สินเชื่อวิธีหนึ่งที่จะรองรับนโยบายของรัฐในการให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าว
เพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงานของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในการประกอบกิจการอันพึงเป็นงานธนาคาร โดยให้รวมถึงการรับประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย การรับประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยการประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต และการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์
อันจะทำให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์สามารถดำเนินกิจการของธนาคารที่มีความหลากหลายยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้