อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ (๑) มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
(๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๔๙๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
(๔) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๔๙๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
(๕) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๐๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
(๖) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๐๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
(๗) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๐๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
(๘) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๐๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
(๙) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
(๑๐) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
ข้อ 2
ในกฎกระทรวงนี้ “สำนักงานธนาคารออมสิน” หมายความว่า สำนักงานธนาคารออมสินแห่งใหญ่ สำนักงานธนาคารออมสินสาขาหรือสำนักงานตัวแทนของธนาคารออมสิน “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน “พนักงาน” หมายความว่า พนักงานธนาคารออมสิน “การฝากเผื่อเรียก” หมายความว่า การฝากเงินที่ถอนได้เมื่อต้องการ “การฝากประจำ” หมายความว่า การฝากเงินที่มีกำหนดระยะเวลา “ผู้ฝาก” หมายความว่า บุคคลที่ฝากเงินไว้กับธนาคารออมสิน “เงินคงเหลือ” หมายความว่า จำนวนเงินที่ปรากฏคงเหลือในบัญชี
ข้อ 3
การตั้ง การยุบเลิก และการย้ายสำนักงานธนาคารออมสินสาขาหรือสำนักงานตัวแทนของธนาคารออมสิน ให้เป็นไปตามที่ธนาคารออมสินประกาศกำหนด
ข้อ 4
บุคคลที่จะฝากเงินไว้กับธนาคารออมสินได้ คือ
(๑) บุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่เจ็ดปีขึ้นไป
(๒) นิติบุคคล
ข้อ 5
การฝากเงินกับธนาคารออมสิน มีสองประเภท คือ
(๑) การฝากเผื่อเรียก
(๒) การฝากประจำที่มีกำหนดระยะเวลา กำหนดระยะเวลาสำหรับการฝากเงินตาม (๒) ให้คณะกรรมการธนาคารออมสินกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะกำหนดให้มีประเภทหนึ่งหรือหลายประเภทก็ได้
ข้อ 6
การกำหนดวงเงินฝาก ให้เป็นไปดังนี้
(๑) การฝากเผื่อเรียก ต้องฝากครั้งละไม่ต่ำกว่าหนึ่งบาท
(๒) การฝากประจำที่มีกำหนดระยะเวลา มีวงเงินฝากตามที่คณะกรรมการธนาคารออมสินกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 7
การฝากเงินกับธนาคารออมสิน ผู้ฝากต้องฝากด้วย
(๑) เงินสดซึ่งเป็นเหรียญกษาปณ์ หรือธนบัตรไทยที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
(๒) เช็ค ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นตามที่ธนาคารออมสินกำหนด ในกรณีตาม (๒) การฝากเงินจะสมบูรณ์ต่อเมื่อธนาคารออมสินเรียกเก็บเงินตามตราสารดังกล่าวได้แล้ว
ข้อ 8
การฝากเงินกับธนาคารออมสิน ผู้ฝากต้องยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่ธนาคารออมสินกำหนด ณ สำนักงานธนาคารออมสิน และต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) สำหรับบุคคลธรรมดาตาม
ข้อ ๔ (๑) ในการฝากเงินครั้งแรก ให้บุคคลนั้นฝากด้วยตนเอง ในการฝากครั้งต่อไป จะให้บุคคลอื่นฝากแทนก็ได้
(๒) สำหรับนิติบุคคลตาม
ข้อ ๔ (๒) ในการฝากเงินครั้งแรก ให้ผู้แทนของนิติบุคคลฝากด้วยตนเองพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ธนาคารออมสินกำหนด ในการฝากครั้งต่อไปจะให้บุคคลอื่นฝากแทนก็ได้
ข้อ 9
ในการรับฝากเงินครั้งแรกให้ธนาคารออมสินออกสมุดคู่บัญชีให้ผู้ฝากยึดถือไว้เป็นสำคัญ ระบุชื่อผู้ฝาก ชื่อสำนักงานธนาคารออมสิน จำนวนเงินฝาก และให้ผู้ฝากให้ตัวอย่างลายมือชื่อหรือตัวอย่างลายพิมพ์นิ้วมือไว้ ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่มาขอฝากตามวิธีการที่ธนาคารออมสินกำหนด ในกรณีที่เป็นการฝากเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ให้ผู้ฝากระบุชื่อผู้เยาว์ วัน เดือน ปีเกิด และวัน เดือน ปีที่ผู้เยาว์อายุครบยี่สิบปีไว้ด้วย ให้ธนาคารออมสินจัดให้มีเอกสารคู่บัญชีขึ้นฉบับหนึ่งมีรายการและเงินคงเหลือตรงกันกับสมุดคู่บัญชี เก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่รับฝากเงินนั้น ให้พนักงานลงลายมือชื่อย่อกำกับรายการฝากหรือถอนเงินแต่ละรายการที่บันทึกลงในสมุดคู่บัญชีและในเอกสารคู่บัญชี
ข้อ 10
ธนาคารออมสินจะไม่เรียกเก็บค่าสมุดคู่บัญชีที่ออกให้ผู้ฝากครั้งแรกหรือที่ออกต่อให้เมื่อสมุดคู่บัญชีเล่มก่อนได้ใช้เต็ม แต่ในกรณีที่สมุดคู่บัญชีนั้นชำรุดหรือสูญหายให้ธนาคารออมสินเรียกเก็บค่าสมุดคู่บัญชีใหม่ตามอัตราที่ธนาคารออมสินประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการธนาคารออมสิน
ข้อ 11
ในกรณีการฝากเงินครั้งต่อไปในบัญชีเดิม ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่ธนาคารออมสินกำหนดพร้อมด้วยสมุดคู่บัญชี และให้พนักงานบันทึกรายการลงในสมุดคู่บัญชีและเอกสารคู่บัญชี ตามวิธีที่กำหนดไว้ใน
ข้อ ๙ แล้วคืนสมุดคู่บัญชีให้ผู้ฝากหรือผู้ฝากแทนไป การฝากเงินตามวรรคหนึ่ง ผู้ฝากจะกระทำ ณ สำนักงานธนาคารออมสินแห่งใดก็ได้ แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารออมสินกำหนด
ข้อ 12
การถอนเงินฝากเผื่อเรียก ผู้ฝากจะต้องถอนครั้งละไม่ต่ำกว่าหนึ่งบาท การถอนเงินฝากประจำที่มีกำหนดระยะเวลา ผู้ฝากจะถอนเงินครั้งละเท่าใดก็ได้ แต่เมื่อถอนแล้วจะต้องมียอดเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีไม่ต่ำกว่าวงเงินฝากแต่ละประเภทที่กำหนดไว้ในประกาศของธนาคารออมสิน
ข้อ 13
การถอนเงินฝากที่ฝากไว้เพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ให้ผู้ฝากถอนได้เฉพาะเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และในระหว่างที่ผู้เยาว์ยังไม่บรรลุนิติภาวะเท่านั้น
ข้อ 14
ในกรณีการฝากเงินเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ เมื่อผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะโดยมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ตามหลักฐานที่ผู้ฝากได้แจ้งไว้หรือโดยการสมรส และมาติดต่อธนาคารออมสิน ให้ธนาคารออมสินเปลี่ยนบัญชีเงินฝากเป็นของผู้เยาว์นั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารออมสินกำหนด
ข้อ 15
ในการถอนเงินฝาก ให้ผู้ฝากยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่ธนาคารออมสินกำหนดพร้อมด้วยสมุดคู่บัญชี ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่เปิดบัญชีไว้ ในกรณีที่ผู้ฝากให้ผู้อื่นถอนเงินแทน ผู้ฝากจะต้องลงลายมือชื่อมอบฉันทะตามแบบพิมพ์ที่ธนาคารออมสินกำหนด ในกรณีที่ผู้ฝากซึ่งได้ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้ตาม
ข้อ ๙ ไม่สามารถลงลายมือชื่อถอนเงินฝากได้ ให้ผู้ฝากพิมพ์ลายนิ้วมือลงไว้ในแบบพิมพ์ที่ธนาคารออมสินกำหนดต่อหน้าพนักงาน โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน การถอนเงินฝาก ณ สำนักงานธนาคารออมสินแห่งอื่นนอกจากสำนักงานธนาคารออมสินที่ได้เปิดบัญชีไว้ก็ให้กระทำได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารออมสินกำหนด
ข้อ 16
ในกรณีการฝากประจำ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝากและผู้ฝากไม่ถอนเงินต้นตามรายการที่ฝากหรือถอนดอกเบี้ยที่ได้ลงรับแต่ละคราว ให้ถือว่าผู้ฝากตกลงฝากประจำสำหรับเงินต้นหรือดอกเบี้ยนั้นต่อไป
ข้อ 17
การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียกและเงินฝากประจำ ให้คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารออมสินประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการธนาคารออมสิน
ข้อ 18
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้เป็นไปตามที่ธนาคารออมสินประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการธนาคารออมสิน
ข้อ 21
ในกรณีที่ผู้ฝากประสงค์จะโอนบัญชีเงินฝากของตนไปยังสำนักงานธนาคารออมสินแห่งอื่น ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่ธนาคารออมสินกำหนด ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่ได้เปิดบัญชีเงินฝากไว้ หรือสำนักงานธนาคารออมสินที่ประสงค์จะขอโอนบัญชีเงินฝากไป
ข้อ 22
ในกรณีที่ผู้ฝากไม่มาติดต่อขอฝาก ถอน หรือลงรับดอกเบี้ยภายในระยะเวลาที่ธนาคารออมสินประกาศกำหนด ให้ธนาคารออมสินหักค่ารักษาบัญชีจากเงินคงเหลือตามเงื่อนไขและอัตราที่ธนาคารออมสินประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการธนาคารออมสิน บัญชีใดหักค่ารักษาบัญชีจากเงินคงเหลือหมดแล้วให้ธนาคารออมสินปิดบัญชีนั้น
ข้อ 23
ในกรณีที่ผู้ฝากประสงค์จะปิดบัญชีเงินฝากของตน ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่ธนาคารออมสินกำหนด และให้พนักงานลงรับดอกเบี้ยที่พึงได้รับในสมุดคู่บัญชีและเอกสารคู่บัญชี เมื่อได้หักบัญชีและจ่ายเงินคงเหลือให้แก่ผู้ฝากแล้ว การดำเนินการเกี่ยวกับสมุดคู่บัญชีที่ปิดบัญชีแล้วให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารออมสินกำหนด
ข้อ 24
ธนาคารออมสินมีอำนาจสั่งปิดบัญชีเงินฝากและงดรับฝากเงินประเภทหนึ่งประเภทใดของผู้ฝากซึ่งฝ่าฝืนข้อบังคับธนาคารออมสินได้ และให้นำความใน
ข้อ ๒๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 25
เงินฝากประจำที่มีกำหนดระยะเวลาหกเดือนซึ่งได้ฝากมาก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝาก ผู้ฝากไม่ถอนเงินต้นตามรายการที่ฝากหรือดอกเบี้ยที่ได้ลงรับแต่ละคราว
(๑) ในกรณีที่เงินคงเหลือมีจำนวนต่ำกว่าที่กำหนดไว้ใน
ข้อ ๖ วรรคสอง ให้ถือว่าเงินคงเหลือนั้นเป็นเงินฝากประจำต่อไป
(๒) ในกรณีทีเงินคงเหลือมีจำนวนสูงกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ใน
ข้อ ๖ วรรคสอง ผู้ฝากซึ่งประสงค์จะแยกเงินฝากให้เป็นหลายรายการโดยแต่ละรายการมีจำนวนเงินฝากไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ใน
ข้อ ๖ วรรคสอง ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่ได้เปิดบัญชีไว้ในโอกาสแรกก่อนฝากหรือถอนแต่ต้องกระทำภายในกำหนดระยะเวลาหกเดือน นับตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ 26
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ สุพัฒน์ สุธาธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน ได้ใช้บังคับมานาน ไม่เหมาะสมแก่ภาวะการณ์ในปัจจุบัน สมควรแก้ไขและปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๕ (พ.ศ. ๒๕๒๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
ข้อ ๗ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากการกำหนดประเภทของการฝากเงินไว้กับธนาคารออมสิน การกำหนดวงเงินฝาก หลักเกณฑ์การถอนเงินฝากประจำ การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียกและการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขให้เกิดความคล่องตัว
และเพื่ออำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ฝากเงินประเภทฝากประจำให้มากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๔๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากการเรียกเก็บค่าสมุดคู่บัญชีที่ชำรุดหรือสูญหาย การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝาก การกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียกและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ตลอดจนการหักค่ารักษาบัญชีกรณีผู้ฝากไม่มาติดต่อขอฝาก ถอน หรือลงรับดอกเบี้ย
ตามที่กำหนดไว้ไม่เหมาะสมแก่สภาวการณ์ในปัจจุบัน ทำให้การปฏิบัติงานของธนาคารออมสินขาดความคล่องตัว และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของธนาคารออมสิน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ธนาคารออมสินเกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และเพื่อให้ธนาคารออมสินมีรายได้เพิ่มขึ้น
รวมทั้งเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของธนาคารออมสิน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๖ (พ.ศ. ๒๕๖๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๑๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับฝากเงินเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ การโอนบัญชีเงินฝาก และการปิดบัญชีเงินฝากได้ใช้บังคับมานาน
และไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการในเรื่องดังกล่าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการของธนาคารออมสิน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้