พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530
6 มาตรา · ประกาศ 2 พ.ย. 2530 · แก้ไขล่าสุดโดย พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดไม้หวงห้ามเสียใหม่ ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นปีที่ ๔๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
(๑) พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ (๒) พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐ (๓) พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๗ (๔) พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๗ (๕) พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๐
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิชัย รัตตกุล รองนายกรัฐมนตรี
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้การกำหนดและการเพิ่มเติมไม้ชนิดใดที่ขึ้นในป่าเป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา และโดยที่มาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้บรรดาไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ซิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย ที่ขึ้นในป่าเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.
ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ จนกว่าจะได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ประกอบกับปัจจุบันมีการลักลอบตัดโค่นไม้กฤษณา เพื่อเอาชิ้นกฤษณาที่อยู่ในเนื้อไม้
และมีการลักลอบขุดไม้เทียนทะเลจากที่ดินของรัฐไปจำหน่าย ทำให้ไม้ทั้งสองชนิดนี้ซึ่งเหลืออยู่ในป่าตามธรรมชาติน้อยมากอยู่แล้ว มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วจนอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของพันธุ์ไม้ดังกล่าว สมควรกำหนดให้ไม้กฤษณาเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้หวงห้ามธรรมดา และไม้เทียนทะเลเป็นไม้หวงห้ามประเภท ข.
ไม้หวงห้ามพิเศษ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้