พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันประกันการลงทุนพหุภาคี พ.ศ. 2543
5 มาตรา · ประกาศ 28 เม.ย. 2543
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันประกันการลงทุนพหุภาคี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นปีที่ ๕๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันประกันการลงทุนพหุภาคี พ.ศ. ๒๕๔๓”
มาตรา 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ในพระราชบัญญัตินี้ “สถาบัน” หมายความว่า สถาบันประกันการลงทุนพหุภาคีที่จัดตั้งขึ้นตามอนุสัญญาว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันประกันการลงทุนพหุภาคี เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๑
มาตรา 4
เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของสถาบันให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่าสถาบันเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ทรัพย์สิน สินทรัพย์ และบรรณสารของสถาบัน ผู้ว่าการ กรรมการ ผู้แทนสำรอง ประธาน และพนักงานของสถาบัน ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันประกันการลงทุนพหุภาคี หรือที่รัฐบาลจะได้ทำความตกลงต่อไปกับสถาบัน
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่าสถาบันเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ทรัพย์สิน สินทรัพย์ และบรรณสารของสถาบัน ผู้ว่าการ กรรมการ ผู้แทนสำรอง ประธาน และพนักงานของสถาบัน ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันประกันการลงทุนพหุภาคี หรือที่รัฐบาลจะได้ทำความตกลงต่อไปกับสถาบัน
มาตรา 5
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยมีพันธกรณีตามอนุสัญญาว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันประกันการลงทุนพหุภาคี ซึ่งตามอนุสัญญาดังกล่าวได้กำหนดให้สถาบันประกันการลงทุนพหุภาคีเป็นนิติบุคคลและให้มีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทยได้
โดยที่สถาบันและพนักงานของสถาบันจะได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในการดำเนินงานและการปฏิบัติงานของสถาบันในประเทศไทย ดังนั้น เพื่ออนุวัติการให้เป็นไปตามพันธกรณีที่อนุสัญญาดังกล่าวได้กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้