Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 100/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่โจทก์ฟ้องว่ารถชนกันเกิดจากการกระทำโดยประมาทของทั้งฝ่ายจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้น ข้อเท็จจริงที่ว่า เหตุเกิดจากการกระทำโดยประมาทของจำเลยคนใดบ้างหรือว่าทั้งสองคนเป็นข้อเท็จจริงอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์ว่า เหตุเกิดจากการกระทำโดยประมาทของจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียว จำเลยที่ 1 มิได้กระทำโดยประมาทด้วย ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีร่วมกันใช้มีดปลายแหลมแทงนายณรงค์ ๒ ที ที่บริเวณด้านหลังทะลุไตข้างขวาต้องตัดออก ทั้งนี้โดยเจตนาฆ่า แต่ไม่บรรลุผล และร่วมกันชกต่อยและใช้มีดแทงนายยงค์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๙๕, ๘๐, ๘๓ และริบมีดของกลาง

จำเลยให้การว่า นายณรงค์มาท้าน้องชายจำเลย จำเลยออกไปห้าม ก็ถูกนายณรงค์ชก จำเลยจึงชกป้องกันตัว ระหว่างนั้นนายยงค์เข้ามาใช้มีดปลายแหลมแทงจำเลยถูกที่นิ้ว จำเลยเตะมือนายยงค์จนมีดหลุด แล้วจำเลยเก็บมีดไว้ คนทั้งสองเข้ามาจะทำร้าย จำเลยจึงตวัดมีดไปรอบ ๆ จำเลยไม่มีพวกร่วมในการนี้ และไม่มีเจตนาฆ่านายณรงค์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยร่วมกับพวกทำร้ายนายณรงค์ได้รับอันตรายสาหัส แต่ไม่พอฟังว่าเจตนาฆ่า และฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำร้ายหรือร่วมกับพวกทำร้ายนายยงค์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ จำคุก ๒ ปี ริบมีดของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี และลงโทษตามมาตรา ๒๙๕ อีกกระทงหนึ่ง จำคุก ๖ เดือน รวมโทษจำคุก ๑๐ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับข้อหาฐานพยายามฆ่านายณรงค์นั้น พยานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยกับพวกร่วมกันใช้มีดปลายแหลมแทงนายณรงค์ถูกที่บริเวณหลังมีบาดแผล ๒ แห่ง คงมีปัญหาว่าจำเลยจะมีความผิดฐานใด แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่า จำเลยจับมือนายณรงค์บิดไว้ ทำให้พวกของจำเลยมีโอกาสเลือกแทงส่วนไหนของร่างกายได้ก็จริงด้วย แต่พวกของจำเลยกับแทงนายณรงค์บริเวณด้านหลัง มีดที่ใช้แทงก็เป็นเพียงมีดพกปลายแหลมยาวเกือบ ๑ คืบ ซึ่งไม่ใช่อาวุธที่ร้ายแรง บาดแผลทั้งสองแห่งยาวแผลละ ๒ เซนติเมตร แผลที่หนึ่งลึกเพียง ๑ เซนติเมตร แสดงว่าไม่ได้ตั้งใจแทงโดยแรง หากแต่แผลเยื้องไปทางขวาบังเอิญมีดทะลุไปถูกไตต้องตัดไปข้างขวาออก และรักษาตัวราว ๒๗ วัน ก็ออกจากโรงพยาบาลได้ เพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะแสดงให้เห็นเจตนาว่าจะฆ่านายณรงค์ จำเลยควรมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาฐานทำร้ายร่างกายนายยงค์ซึ่งศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงแตกต่างกันมานั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อพวกของจำเลยแทงนายยงค์แล้ว นายยงค์วิ่งหนี จำเลยกับพวกวิ่งไล่ตามไป แสดงว่าร่วมกันจะทำร้ายนายยงค์อีก ครั้นตามไปทัน พวกของจำเลยก็ใช้มีดแทงนายยงค์ ถูกที่แขนขวาท่อนล่างมีบาดแผลลึกถึงกล้ามเนื้อ จำเลยต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการทำร้ายร่างกายนายยงค์เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะที่ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓, ๘๐ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ จำคุก ๒ ปี รวมเป็นโทษจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน นอกนั้นให้คงไว้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ล้วน นิลกำแหง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ประถม วิเชียรเนตร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงราย - นายอรุณ บุญศร
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2469/2536

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองขับรถยนต์ชนกันโดยประมาททำให้ผู้โดยสารในรถถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2568

สำเนาตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของบริษัทประกันภัยกำหนดค่าสินไหมทดแทนระบุจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยสำหรับการเสียชีวิตไว้ 500,000 บาท โดยกำหนดค่าเสียหายเบื้องต้นไว้ 35,000 บาท ซึ่งตาม พ.ร.บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2567

จำเลยที่ 1 ลูกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานขายสินค้ามีหน้าที่เบิกสินค้าโจทก์ไปจากคลังสินค้าเพื่อนำไปเร่ขายให้แก่ร้านค้าตามราคาที่โจทก์เป็นผู้กำหนด เมื่อจำเลยที่ 1 ขายสินค้าได้เท่าใดในแต่ละวัน จะต้องนำเงินค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2566

ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน ความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ และความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 21 มีเจตนาเพื่อร่วมกันเล่นการพนันซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน อันเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้