Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2521 (เลขอ้างอิง 100056)

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ 1 เจตนาฆ่าผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 2 มีเจตนาทำร้ายเท่านั้น พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 288 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 290 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง ดังนี้ ข้อหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามมาตรา 288 เฉพาะจำเลยที่ 2 จึงเป็นอันถูกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในข้อหานี้ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 มาตรา 8 คงฎีกาได้เฉพาะข้อหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาตามมาตรา 290 เท่านั้น ผู้ตายกับ ส.ขึ้นไปบนเรือนดูดทรายและผู้ตายถือไม้พายติดมือขึ้นไปด้วยโดยมีเจตนาจะก่อการวิวาท เพราะผู้ตายเคยมีสาเหตุกับชาวเรือดูดทรายมาก่อน ทันทีที่ฝ่ายผู้ตายขึ้นไปบนเรือ ฝ่ายจำเลยซึ่งอยู่ในเรือดูดทรายและมีประมาณ 4 คนก็กรูกันเข้ามาหาและเกิดการต่อสู้ชกต่อยกันขึ้น ดังนี้ แสดงว่าทั้งสองฝ่ายสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน ฉะนั้นการที่จำเลยใช้เหล็กแหลมแทงผู้ตายถูกที่ราวนม 2 แผล ระหว่างวิวาทต่อสู้กันนั้น จำเลยจะอ้างว่าแทงผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิของตนหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 68 ป.อ. มาตรา 288 ป.อ. มาตรา 290 ป.วิ.อ. มาตรา 220 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2517 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน และเรียกนายศุภสิทธิ์ พลายศรี จำเลยสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ ๑ เรียกนายแสวง เอมสิงห์ จำเลยสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ ๒ โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องและที่หลบหนีไปอีก ๔ คน รวมเป็น ๖ คน ได้บังอาจร่วมกันใช้กำลังกายกับใช้เหล็กขูดชาฟห์ และเหล็กท่อนเป็นอาวุธ ชก ต่อย เตะ แทง และตี ทำร้ายร่างกายนายประวัติ เชยสาคร ถูกที่หน้าอกทะลุเข้าหัวใจโดยมีเจตนาฆ่า นายประวัติได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลในวันเดียวกันนั้นสมเจตนาจำเลยทั้งสองกับพวก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๑ รับว่าแทงผู้ตายจริง แต่ทำไปเพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี จำเลยที่ ๒ มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ จำคุก ๕ ปี คำให้การของจำเลยที่ ๑ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๓ ปี ๔ เดือน โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ ๑ แทงผู้ตายจริง แต่รูปคดีเป็นเรื่องผู้ตายเป็นฝ่ายหาเหตุก่อเรื่อง ควรได้รับโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด สำหรับจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ได้ว่าได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ไม่มีความผิดพิพากษาแก้ว่าให้จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๕ ปี คำรับชั้นสอบสวนและคำเบิกความชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๐ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ไขเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ ๑ มีเจตนาฆ่าผู้ตาย ไม่เป็นการป้องกันตัว ส่วนจำเลยที่ ๒ ได้เข้าร่วมวิวาทด้วย แต่มิได้มีการวางแผนกันไว้ล่วงหน้าที่จะฆ่าผู้ตาย จำเลยที่ ๒ มีเจตนาทำร้ายเท่านั้น พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามมาตรา ๒๘๘ จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามมาตรา ๒๙๐ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๒ ไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง ฉะนั้น ข้อหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ เฉพาะจำเลยที่ ๒ จึงเป็นอันถูกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง

โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในข้อหานี้ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๘ คงฎีกาได้เฉพาะข้อหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ เท่านั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ตายกับนายสุทินขึ้นไปบนเรือเกิดเหตุโดยไม่มีใครเรียกและผู้ตายถือไม้พายติดมือขึ้นไปด้วย แสดงว่าผู้ตายกับนายสุทินมีเจตนาจะก่อการวิวาทเพราะผู้ตายเคยมีสาเหตุกับชาวเรือดูดทรายมาก่อน และทันทีที่ฝ่ายผู้ตายขึ้นไปบนเรือเกิดเหตุฝ่ายจำเลยซึ่งมีประมาณ ๔ คนก็กรูกันเข้ามาหาและเกิดการต่อสู้ชกต่อยกันเกิดขึ้น อันแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน

ฉะนั้น จำเลยที่ ๑ จะอ้างว่าแทงผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิของตนหาได้ไม่ ผู้ตายได้รับบาดเจ็บ ๒ แผลที่ราวนม ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายและตายเพราะแผลดังกล่าว ทั้งอาวุธที่ใช้ก็เป็นเหล็กแหลม จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่การที่ผู้ตายกับนายสุทินขึ้นไปบนเรือดูดทรายซึ่งจำเลยที่ ๑ กับพวกมีหน้าที่ดูแลรักษา โดยเฉพาะเรือยนต์เป็นของจำเลยที่ ๑ พร้อมกับถือไม้พายติดมือไปและขึ้นไปโดยไม่มีเหตุสมควร เห็นว่าผู้ตายกับนายสุทินเป็นฝ่ายก่อเหตุ คำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความชั้นศาลของจำเลยที่ ๑ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่มาก มีเหตุบรรเทาโทษสมควรได้รับการลดโทษให้เบาลงกว่าที่ศาลอุทธรณ์กำหนด สำหรับจำเลยที่ ๒ นั้น พยานโจทก์ไม่เพียงพอที่จะฟังว่าได้กระทำผิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๗ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ สังโขบล · ประภาศน์ อวยชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายประดิษฐ์ สิงหทัศน์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2521 (เลขอ้างอิง 36979)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ 1 เจตนาฆ่าผู้ตายส่วนจำเลยที่ 2 มีเจตนาทำร้ายเท่านั้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2812/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ อันถือได้ว่าเป็นการป้องก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2533

จำเลยสมัครใจเข้าร่วมวิวาททำร้าย ร่างกายซึ่งกันและกันกับฝ่ายผู้ตายและผู้เสียหาย เสร็จแล้วจำเลยวิ่งหนีไปไกลประมาณ8 เมตร โดยมีผู้ตายซึ่งไม่มีอาวุธกับผู้เสียหายวิ่งไล่ตามไปดังนี้การต่อสู้จึงยังเกี่ยวเนื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1023/2531

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ศาลชั้นต้นฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันแต่เป็นการกระทำโดยบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2790/2531

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288ประกอบด้วยมาตรา 80 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้