Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร้องขอฟ้องความอย่างอนาถาศาลสั่งอนุญาตอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ฎีกาได้ อ้างคำสั่งคำร้องที่ 134/2476 อำนาจศาลฎีกา ดุลยพินิจ ข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดมานั้น ศาลฎีกาทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะวินิจฉัยเสียเองได้อ้างฎีกาที่ 845/2476

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาโดยกล่าวว่าโจทก์เป็นภรรยาจำเลย ๆ มิได้เลี้ยงดูโจทก์ให้เป็นธรรม จึงขอให้บังคับจำเลยให้ส่งเงินค่าเลี้ยงดูแก่โจทก์เดือนละ ๕๐ บาท ศาลแพ่งไต่สวนแล้วเห็นว่าโจทก์เป็นคนอนาถาไม่มีทรัพย์ที่จะเสียค่าธรรมเนียมจริงทั้งคดีโจทก์มีมูลพอจะว่ากล่าวด้วยจึงสั่งอนุญาตให้โจทก์ว่าความอย่างคนอนาถาได้

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ใช่คนอนาถา ทั้งฟ้องโจทก์ไม่มีมูล

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการยื่นคำร้องขอฟ้องความอนาถานั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้องระวางศาลกับผู้ร้องยังไม่เกี่ยวข้องกับอีกฝ่ายหนึ่งโดยตรง อีกฝ่ายหนึ่งจึงไม่มีสิทธิจะคัดค้านได้ เห็นว่าจำเลยอุทธรณ์ไม่ได้ ให้ยกอุทธรณ์จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการยื่นคำร้องขอฟ้องความอนาถานั้นหาใช่เกี่ยวข้องฉะเพาะศาลกับผู้ร้องเท่านั้นไม่ ย่อมเกี่ยวข้องตลอดไปถึงคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งด้วย เพราะตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาความแพ่ง ร.ศ.๑๒๗ ม.๑๑๗ คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นผู้เกี่ยวข้องในการไต่สวนคำร้องด้วยโดยตรง เพราะเขามีสิทธิที่จะนำพะยานหลักฐานมาหักล้างทางฝ่ายผู้ร้องได้ถ้าศาลยกคำร้องฝ่ายผู้ร้องก็มีสิทธิอุทธรณ์ได้ เมื่อศาลอนุญาตให้ผู้ร้องว่าความอย่างคนอนาถาได้อีกฝ่ายหนึ่งก็ย่อมมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ได้ด้วย เพราะไม่มีกฎหมายห้าม ส่วนข้อที่จำเลยขอให้ศาลฎีกาย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงในเรื่องอนาถาของโจทก์แลข้อมูลคดีซึ่งศาลอุทธรณ์ยังมิได้ชี้ขาดนั้นเห็นว่า ศาลฎีกาทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะวินิจฉัยเสียเองได้ เห็นว่าในข้ออนาถานั้นฟังได้ว่าโจทก์เป็นคนอนาถาไม่มีทรัพย์พอจะเสียค่าธรรมเนียมได้แลข้อมูลฟ้องนั้นเห็นว่าจำเลยมิได้เลี้ยงดูโจทก์โดยสมควร

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง(กฤต-พรหม-นล)

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้