Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2522 (เลขอ้างอิง 100585)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้เยาว์เป็นบุตรของนาย ว. นาง ส. ซึ่งอยู่กินเป็นสามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ว. ไม่ได้จดทะเบียนว่าโจทก์เป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ว. จึงมิใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ และไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ผู้เยาว์ การร้องขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 6 จะมีได้เฉพาะในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม ฯลฯ หรือผู้แทนโดยชอบธรรมไม่สามารถจะทำการตามหน้าที่โดยเหตุใดเหตุหนึ่งรวมทั้งมีผลประโยชน์ขัดกับผู้เยาว์ เมื่อโจทก์มีมารดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมและสามารถจะทำการตามหน้าที่ได้กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 6 ที่จะให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดี ๒ สำนวนนี้จำเลยเป็นคนเดียวกัน ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษา สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ เวลากลางวันจำเลยได้บังอาจใช้มีดบางปลายแหลมยาวประมาณ ๙ ๑/๒ นิ้ว เป็นอาวุธแทงทำร้ายร่างกายนายนาวีได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานจับจำเลยและยึดมีดปลายแหลม ๑ เล่มเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ และสั่งริบของกลาง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องมีใจความเหมือนสำนวนแรกแล้วบรรยายฟ้องต่อไปว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาร้ายทารุณ ปราศจากศีลธรรม กระทำโดยมีเจตนาจะฆ่าโจทก์แต่ไม่บรรลุผลตามเจตนา เพราะมีบุคคลอื่นช่วยป้องกันไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายมาตรา ๒๘๘,๒๘๙ (๕),๘๐,๘๑

จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ตามฟ้องสำนวนแรก และมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ ตามฟ้องสำนวนหลัง แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลย ๑๐ ปี ของกลางริบให้ยกฟ้องในข้อหาตามมาตรา ๒๘๙ (๕) ในสำนวนหลัง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องการตั้งผู้แทนเฉพาะคดีในสำนวนหลังว่าข้อเท็จจริงได้ความว่า นายหวังกับนางสะเลาะห์ หรือซาเลาะอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมา ๓๕-๓๖ ปีแล้ว โดยมิได้จดทะเบียนสมรส นายนาวีโจทก์ (ผู้เสียหายในสำนวนแรก) เป็นบุตรของนายหวังกับนางสะเลาะห์และยังเป็นผู้เยาว์ นางสะเลาะห์ประกอบอาชีพพายเรือค้าขายอาหาร ต้องถือว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสะเลาะห์ อยู่ใต้อำนาจปกครองของนางสะเลาะห์ ไม่ปรากฏว่านายหวังได้จดทะเบียนว่าโจทก์เป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรนายหวัง นายหวังจึงไม่เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ผู้เยาว์ การร้องขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖ จะมีได้เฉพาะในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม

ฯลฯ หรือผู้แทนโดยชอบธรรมไม่สามารถจะปฏิบัติการตามหน้าที่โดยเหตุใดเหตุหนึ่ง รวมทั้งมีผลประโยชน์ขัดกันกับผู้เยาว์ เมื่อข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่านางสะเลาะห์ผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ ไม่สามารถจะทำการตามหน้าที่ได้ทั้งยังได้ความว่า นางสะเลาะห์ประกอบอาชีพพายเรือค้าขายอาหาร และยังได้มาเบิกความเป็นพยานโจทก์ในสำนวนแรกด้วย ดังนี้ กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา ๖ ที่จะขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีได้ ฟ้องของโจทก์ในสำนวนหลังจึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องฟ้อง ฎีกาของจำเลยในสำนวนแรก

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงเชื่อว่าจำเลยได้แทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยเจตนา หาใช่กระทำเพื่อป้องกันไม่บาดแผลผู้เสียหายร้ายแรง สมควรลงโทษสถานหนัก

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่าสำนวนแรกจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ให้จำคุกจำเลย ๑๐ ปี ยกฟ้องสำนวนหลังนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายพิธี อุปปาติก
ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. ชัยวัฒน์ ชมพูนุช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4536/2565

ความผิดฐานกระทำอนาจาร พยายามกระทำชำเรา และกระทำชำเรา ผู้เสียหายเท่านั้นเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดดังกล่าว มารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย แ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2552 (เลขอ้างอิง 496123)

แม้ศาลล้มละลายกลางจะพิพากษาให้บริษัท อ. ล้มละลายแล้วก็ตาม แต่บริษัท อ. ก็สามารถเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 4 เป็นคดีอาญาในฐานความผิดยักยอก รับของโจร และความผิดต่อ พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5126/2549

ตามหลักฐานบันทึกการรับเงินที่จำเลยได้ชดใช้ให้แก่ฝ่ายผู้เสียหายทั้งสี่ปรากฏว่าในส่วนของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 มีการลงชื่อโดยภริยาของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 แม้จะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3103/2549

โจทก์ฟ้องคดีอาญาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาบุกรุก แม้ปรากฏว่าโจทก์อยู่ในฐานะเป็นบุคคลล้มละลายที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไปแล้วก็ตาม แต่ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3) ที่กำหนดให้เจ้าพนักงานพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้