Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริเวณทางเชื่อมต่อระหว่างถนนวงแหวนรอบนอกกับถนนบางนา - ตราดมีสัญญาณจราจรเส้นขาวทึบบนผิวทางห้ามมิให้รถที่แล่นมาจากถนนวงแหวนรอบนอกเบี่ยงขวาเข้าสู่ถนนบางนา - ตราดทันที ผู้ขับรถจะต้องขับรถเลยเส้นขาวทึบบนผิวทางไปก่อนจึงเบี่ยงขวาเข้าถนนบางนา - ตราดได้ทั้งบริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนบรรจบกัน ผู้ขับรถจะต้องใช้ความระมัดระวังและผู้ขับรถที่จะเบี่ยงเข้าถนนหลักต้องหยุดรถให้ทางแก่รถที่กำลังแล่นในถนนหลักผ่านไปก่อน แต่จำเลยที่ 1 หาได้ปฏิบัติตาม การที่จำเลยที่ 1 ขับรถทับเส้นขาวทึบบนผิวทางไปชนรถโดยสารประจำทางของโจทก์ที่ ว. ขับผ่านมาโดยไม่หยุดรถให้ทางแก่รถของโจทก์ที่แล่นผ่านมาในทางเดินรถหลักก่อน จำเลยที่ 1 จึงเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อ ขณะเกิดเหตุฝนตกปรอยๆ ว. ขับรถโดยสารประจำทางโดยใช้เกียร์ 5 และขับรถด้วยความเร็ว 60 ถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เห็นจำเลยที่ 1 ขับรถลงจากถนนวงแหวนรอบนอก จุดที่เกิดเหตุเป็นถนนวงแหวนรอบนอกบรรจบกับถนนบางนา - ตราดจึงเป็นบริเวณทางร่วมทางแยกซึ่งผู้ขับขี่ที่ขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทางแยกต้องลดความเร็วรถ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 70 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 แต่ไม่ปรากฏว่า ว. ชะลอความเร็วของรถลงเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุรถชนกัน ว. จึงมีส่วนขับรถโดยประมาทเลินเล่อด้วย แต่จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายก่อให้เกิดเหตุก่อนโดยขับรถทับเส้นขาวทึบบนผิวทางล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของ ว. และไม่หยุดรถให้ทางแก่รถที่ ว. ขับมาในทางเดินรถหลักผ่านไปก่อน จำเลยที่ 1 จึงประมาทเลินเล่อมากกว่า

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,522,660 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 กันยายน 2547) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ข้อแรกว่า เหตุในคดีนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของนายวงศ์แต่เพียงฝ่ายเดียวหรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์ส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารมากับรถโดยสารประจำทางของโจทก์ขณะเกิดเหตุต่างเบิกความว่าเห็นเหตุการณ์สอดคล้องต้องกันเมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้นำพยานมาสืบหักล้าง คำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวจึงมีน้ำหนักเชื่อถือได้ เมื่อพิเคราะห์ภาพถ่าย พบว่าบริเวณทางเชื่อมต่อระหว่างถนนวงแหวนรอบนอกกับถนนบางนา - ตราดมีสัญญาณจราจรเส้นขาวทึบบนผิวทางห้ามมิให้รถที่แล่นมาจากถนนวงแหวนรอบนอกเบี่ยงขวาเข้าสู่ถนนบางนา - ตราดทันที ผู้ขับรถจะต้องขับรถเลยเส้นขาวทึบบนผิวทางไปก่อนจึงเบี่ยงขวาเข้าถนนบางนา

- ตราดได้ ทั้งบริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนบรรจบกันผู้ขับรถจะต้องใช้ความระมัดระวัง และผู้ขับรถที่จะเบี่ยงเข้าถนนหลักต้องหยุดรถให้ทางแก่รถที่กำลังแล่นในถนนหลักผ่านไปก่อน แต่จำเลยที่ 1 หาได้ปฏิบัติตามไม่ การที่จำเลยที่ 1 ขับรถทับเส้นขาวทึบบนผิวทางไปชนรถโดยสารประจำทางของโจทก์ที่นายวงศ์ขับผ่านมาโดยไม่หยุดรถให้ทางแก่รถของโจทก์ที่แล่นผ่านมาในทางเดินรถหลักก่อนจำเลยที่ 1 จึงเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อแต่ได้ความจากคำเบิกความของนายวงศ์ว่า ขณะเกิดเหตุฝนตกปรอย ๆ พยานขับรถโดยใช้เกียร์ 5 และขับรถด้วยความเร็ว 60 ถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เห็นจำเลยที่ 1 ขับรถลงจากถนนวงแหวนรอบนอกจุดที่เกิดเหตุเป็นถนนวงแหวนรอบนอกบรรจบกับถนนบางนา

- ตราดจึงเป็นบริเวณทางร่วมทางแยกซึ่งผู้ขับขี่ที่ขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทางแยกต้องลดความเร็วรถ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 แต่ไม่ปรากฏว่านายวงศ์ชะลอความเร็วของรถลงเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุเป็นเหตุให้เกิดรถชนกัน นายวงศ์จึงมีส่วนขับรถโดยประมาทเลินเล่อด้วย แต่จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายก่อให้เกิดเหตุก่อนโดยขับรถทับเส้นขาวทึบบนผิวทางล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของนายวงศ์และไม่หยุดรถให้ทางแก่รถที่นายวงศ์ขับมาในทางเดินรถหลักผ่านไปก่อน จำเลยที่ 1 จึงประมาทเลินเล่อมากกว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อต่อไปมีว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นตัวการของจำเลยที่ 1 ชอบหรือไม่

เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 ว่าจ้างบริษัทเค.อาร์.ซี 1999 จำกัด จัดส่งพนักงานขับรถมาขับรถคันเกิดเหตุ ก็เนื่องจากจำเลยที่ 2 ไม่มีพนักงานขับรถ การที่จำเลยที่ 1 ขับรถคันเกิดเหตุเพื่อให้บริการแก่ผู้บริหารของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการขับรถในกิจการของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้กำหนดจึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 มอบหมายให้จำเลยที่ 1 กระทำหน้าที่ขับรถแทนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ทั้งจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ควบคุมดูแลรถยนต์ให้ต้องจอดที่อพาร์ตเมนต์ของผู้บริหารของจำเลยที่ 2 แต่กลับให้จำเลยที่ 1 ขับรถกลับบ้านพักก็เพื่อประโยชน์ในการนำรถยนต์กลับมารับผู้บริหารในวันรุ่งขึ้น ขณะเกิดเหตุจึงยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่แทนจำเลยที่ 2 ดังนี้

จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวการจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตัวแทนต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดที่ตัวแทนได้กระทำไปในกิจการที่กระทำแทนตัวการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 427 ประกอบมาตรา 425 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ขับรถแทนจำเลยที่ 2 เข้าลักษณะตัวการตัวแทน การที่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในฐานะตัวการ จึงชอบแล้วมิได้เป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกคำให้การ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ประเด็นต้องวินิจฉัยข้อต่อไปมีว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าซ่อมรถโดยสารประจำทางของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า นายณัฏฐ์ และนายวสันต์ พยานโจทก์ ต่างเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า โจทก์จ้างนายรัชนูและนายวสันต์ซ่อมรถ

โจทก์ชำระเงินค่าซ่อมค่าอะไหล่รถแล้วโดยจำเลยที่ 2 ไม่มีพยานมาสืบหักล้างว่าความเป็นจริงไม่ได้เป็นไปตามที่พยานโจทก์เบิกความ ดังนี้ ใบเสนอราคา และใบส่งของ ซึ่งระบุรายการซ่อมและอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมรถ จึงเป็นหลักฐานที่แสดงว่าโจทก์ได้ทำการซ่อมรถและจ่ายค่าซ่อม ค่าอะไหล่ไปเรียบร้อยแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

อนึ่ง โจทก์มีคำขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจึงเกินคำขอของโจทก์ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างในฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 กันยายน 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · วิรุฬห์ แสงเทียน · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมศักดิ์ แก้วเจริญไพ
ศาลศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมพงศ์ แพนเดช
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พณ.111/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1504/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1968/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้