คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า นายเที่ยงตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ โจทก์ได้ขอแบ่งมรดกนายเที่ยงจากจำเลยในฐานะเป็นทายาท จำเลยไม่ยอมแบ่งจำเลยไปขอรับมรดกต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยอ้างว่าเป็นบุตรนายเที่ยงผู้เดียว โจทก์คัดค้าน จำเลยกลับนำพินัยกรรมไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน โจทก์ปฏิเสธว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะจำเลยให้การว่า พินัยกรรมนั้นนายเที่ยงได้ทำโดยสุจริตและแท้จริง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าพินัยกรรมตามแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658 นั้น จะต้องทำประกอบกับมาตรา 1672 ซึ่งในกรณีนี้กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงบังคับว่า ผู้ใดจะทำพินัยกรรมเป็นแบบเอกสารฝ่ายเมืองให้ทำคำร้องแสดงความจำนงตามแบบของเจ้าพนักงานยื่นต่อกรมการอำเภอคดีนี้ปรากฏว่านายเที่ยงผู้ทำพินัยกรรมมิได้ทำคำร้องยื่นต่อนายอำเภอขอให้ไปทำพินัยกรรมนอกที่ว่าการอำเภอแต่ประการใด การทำพินัยกรรมดังกล่าวจึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเรือโทเล็กเบิกความรับรองว่าได้ทำคำร้องไปยื่นต่อนายอำเภอและนายชาติปลัดอำเภอก็เบิกความรับรองว่า เข้าใจว่าได้มีการยื่นคำร้องต่อนายอำเภอโดยถูกต้องแล้ว นายอำเภอจึงได้สั่งให้นายชาติไปทำแทน ตามรูปคดีน่าเชื่อว่าที่เรือโทเล็กและนายชาติเบิกความรับรองไม่มีเหตุควรระแวงสงสัยว่า มิได้มีการยื่นคำร้องการที่ค้นหาคำร้องไม่พบ อาจเป็นเพราะเก็บสับสนหรือสูญหายไปโดยเหตุอื่นก็ได้ ศาลฎีกาเชื่อว่าเรือโทเล็กได้ยื่นคำร้องขอให้ไปทำพินัยกรรมดังกล่าวแล้ว ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ตามกฎกระทรวงมหาดไทยนายเที่ยงจะต้องทำคำร้องขอให้ไปทำพินัยกรรมนอกสถานที่ด้วยตนเองเมื่อปรากฏว่านายเที่ยงมิได้ยื่นคำร้องขอให้ไปทำพินัยกรรมดังกล่าวก็ทำขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า พินัยกรรมหมาย จ.ล.4 ได้ทำถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดทุกประการจึงสมบูรณ์ตามกฎหมายส่วนกรณีเกี่ยวกับนายเที่ยงมิได้ทำคำร้องยื่นต่อนายอำเภอด้วยตนเองนั้น ถึงแม้จะขาดตกบกพร่องไปบ้าง ก็เป็นเพียงไม่ถูกต้องตามระเบียบตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงวางระเบียบไว้เท่านั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องแบบ จึงไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของพินัยกรรมพิพากษายืน