Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2523 (เลขอ้างอิง 100940)

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยทั้งสามรับโอนกรรมสิทธิที่ดินจาก พ. ภายหลังที่ พ. ได้กระทำผิดสัญญาไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่โจทก์เช่าเป็นเวลาหลายปี โดยไม่ปรากฏว่าได้มีข้อตกลงดังกล่าวขึ้นใหม่ ระหว่างจำเลยทั้งสามกับโจทก์ จำเลยทั้งสาม จึงไม่ได้กระทำผิดสัญญาข้อไม่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง บนที่ดินที่เช่าต่อโจทก์ และจำเลยทั้งสามผู้รับโอนกรรมสิทธิที่ดินที่ให้เช่าหาจำต้องรับเอาความรับผิดในความเสียหายต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หา พ. ผู้รับโอนได้มีอยู่ต่อโจทก์ เป็นของจำเลยด้วยตาม มาตรา 569 วรรคสองแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะเหตุความรับผิดในความเสียหายดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๑๑ พ. ได้ทำสัญญาให้โจทก์เช่า ที่ดินเพื่อปลูกสร้างตึกแถว อาคารพาณิชย์ บังกาโล และสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หาประโยชน์จากผู้เช่าช่วง ผู้ให้เช่าต้องจัดการให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่าภายใน ๒ ปี นับแต่วันทำสัญญาเช่า แต่ผู้ให้เช่ามิได้จัดการให้รื้อถอนออกไป เป็นการผิดสัญญา เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้ปลูกสร้างตามโครงการ วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๘๑๘ พ. ได้ขายฝากที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้าง ทั้งหมดให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยอมปฏิบัติตามสัญญาเช่าทุกประการ ครบกำหนดขายฝากไม่มีการไถ่ถอน ที่ดินจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขายที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ ๓ โดยผู้ซื้อยอมปฏิบัติตามสัญญาเช่าทุกประการ

เช่นกัน เมื่อ พ. ผู้โอนได้กระทำผิดสัญญาที่เช่าต่อโจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ผู้รับโอนจึงต้องรับเอาหนี้หรือความรับผิดตามสัญญาเช่าจาก พ. มาชำระให้โจทก์ด้วย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ มิได้ปฏิบัติการให้ถูกต้องตามสัญญาเช่ากับโจทก์ โจทก์จึงขอเรียกค่าสินไหมทดแทน คือค่าขาดประโยชน์กำไรที่ควรจะได้จากสิ่งปลูกสร้าง ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ยอมปฏิบัติตามสัญญาเช่า พ. ผู้ให้เช่าได้ขับไล่ ผู้เช่าเดิม ออกจากที่ดินด้านเหนือเสร็จภายใน ๒ ปี แต่โจทก์ละเลยไม่สร้างอาคารพาณิชย์ในที่ดินด้านเหนือ ไม่จัดทำแบบแปลนสิ่งปลูกสร้างเพื่อขอความเห็นชอบจากผู้ให้เช่า เป็นการฝ่าฝืนสัญญาเช่า พ. ได้เตือนโจทก์ แล้วก็ไม่ปฏิบัติตาม โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจาก พ. หาก พ. เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์จะต้องฟ้องเรียกค่าเสียหาย จาก พ. จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถานคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงของคู่ความ คดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานของคู่ความทุกฝ่าย แล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานและขอให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นต้นเรียกเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ศาลชั้นต้นคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้อง ของโจทก์กล่าวไว้โดยชัดแจ้งว่า พ. ผู้ให้เช่าไม่ได้จัดการให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินให้หมดภายใน ๒ ปี นับแต่วันทำสัญญาเช่าวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๑ เป็นการผิดสัญญา เห็นว่า โจทก์ถือว่า พ. ได้เป็นผู้ผิดสัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่เช่าต่อโจทก์แล้ว ในกรณีเช่นนี้หากโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจาก พ. ได้ แต่ โจทก์หาฟ้อง พ. ไม่ กลับฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อการที่จำเลยทั้งสามรับโอนกรรมสิทธิที่ดินภายหลังที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า พ. ได้กระทำผิดสัญญาไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่โจทก์เช่าเป็นเวลาหลายปี โดยไม่ปรากฏว่าได้มีข้อตกลงดังกล่าวขึ้นใหม่

ระหว่างจำเลยทั้งสามกับโจทก์ จำเลยทั้งสาม จึงไม่ได้กระทำผิดสัญญาข้อไม่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง บนที่ดินที่เช่าต่อโจทก์ และจำเลยทั้งสามผู้รับโอนกรรมสิทธิที่ดินที่ให้เช่าหาจำต้องรับเอาความรับผิดในความเสียหายต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หาก พ. ผู้รับโอนได้มีอยู่ต่อโจทก์ เป็นของจำเลยด้วยตาม มาตรา ๕๖๙ วรรคสองแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใดไม่ เพราะเหตุความรับผิดในความเสียหายดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่า ไม่จำเป็นต้องสืบพยานโจทก์จำเลยอีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินดา บุญศิริ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายพรชัย สมรรถวิทยาเวช
ศาลอุทธรณ์ - นายสุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9535/2558

ผู้ร้องเป็นผู้ถูกอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน ซึ่งผู้ร้องจะต้องส่งมอบเงินค่าเช่าที่ดินให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ณ เวลา หรือภายในเวลาตามที่กำหนดไว้ในคำสั่ง และเป็นลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องที่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2557

การที่บริษัท บ. โอนสิทธิเรียกร้องค่าเช่าอันจะพึงได้รับจากบริษัท ม. แก่โจทก์ และได้รับความยินยอมในการโอนสิทธิรับค่าเช่าดังกล่าว สิทธิและหน้าที่ข้างต้นนั้นคงผูกพันบริษัท บ. เจ้าหนี้ และบริษัท ม. ลูกหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8702/2553

โจทก์รับโอนสิทธิการเช่าพื้นที่อาคารมาจากบริษัท บ. โดยผู้โอนตกลงโอนและผู้รับโอนตกลงรับโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าระหว่างผู้โอนกับบริษัท อ. โจทก์จึงต้องรับไปทั้งสิทธิที่จะได้รับค่าเช่า ค่าบริการที่บร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2553

ตามบทบัญญัติของ ป.พ.พ. มาตรา 569 ที่กำหนดให้สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ระงับไป เพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า และผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่าด้วยนั้น ทำให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4260/2550

เดิมที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของ ท. ต่อมาผู้จัดการมรดกของ ท. ได้ทำสัญญาให้ ธ. เช่าที่ดินมีกำหนด 20 ปี การที่ ธ. ปลูกสร้างตึกแถวลงบนที่ดิน จึงไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 โจทก์ซื้อที่ดิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้