Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 รับของโจรกระบือจาก + แล้วขายให้จำเลยที่ 1 หากจำเลยที่ 1 รับซื้อไว้โดยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นกระบือของร้าย ก็มีความผิดฐานรับของโจรได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ ๕ - ๖ มิถุนายน ๒๕๐๔ เวลากลางคืน+ต่อกัน มีคนร้ายสักกระบือราคา ๗๐๐ บาทของนายแช่มไป ครั้งวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๐๔ เวลากลางวัน กระบือดังกล่าวตกอยู่ในครอบครองของจำเลย ทั้งนี้ โดยจำเลยทั้งสองลักเอาไป หรือมิฉะนั้นก็ร่วมกันรับกระบือจากคนร้ายโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายที่ได้มาจากการลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕,๓๕๗ คืนกระบือของกลางแก่เจ้าทรัพย์

จำเลยให้การปฏิเสธ โดยจำเลยที่ ๑ ว่า รับซื้อกระบือจากจำเลยที่ ๒ โดยสุจริตไม่รู้ว่าเป็นของร้าย ส่วนจำเลยที่ ๒ ว่า จำเลยที่ ๑ เอากระบือไปบอกขายให้ แต่จำเลยไม่รับซื้อไว้ ศาลจังหวัดกระบี่ฟังข้อเท็จจริงว่า มีคนร้ายลักกระบือของนายแช่มไป จำเลยที่ ๒ รับซื้อกระบือไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายได้มาจากการลักทรัพย์ พิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ จำคุก ๖ เดือน ส่วนจำเลยที่ ๑ รับซื้อกระบือไว้จากจำเลยที่ ๒ โดยสุจริต ไม่รู้ว่าเป็นของที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานรับของโจร ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ รับซื้อกระบือไว้จากจำเลยที่ ๒ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้าย การกระทำของจำเลยที่ ๑ ผิดฐานรับรองโจร พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ จำคุก ๖ เดือน จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ตามทางพิจารณาได้ความว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๕ - ๖ มิถุนายน ๒๕๐๔ เวลา กลางคืนติดต่อกัน มีคนร้ายลักกระบือของนายแช่มไป ๑ ตัว ราคา ๗๐๐ บาท ใครเป็นคนร้ายลักไปไม่มีพยานโจทก์รู้เห็น ครั้นต่อมาวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๐๔ เวลากลางวัน กระบือตัวนี้ตกอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๒ ทั้งนี้ โดยจำเลยที่ ๒ รับไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายได้มาจากการลักทรัพย์ แล้วจำเลยที่ ๒ นำไปขายให้แก่จำเลยที่ ๑ อีกต่อหนึ่งเป็นเงืน ๕๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสำนวนได้ความว่า การซื้อขายกระบือรายนี้ กระบือผูกล่ามอยู่ในป่าห่างบ้านจำเลยที่ ๒ ราว ๓ - ๕ กิโลเมตร มีลักษณะเป็นการซุกซ่อน ซื้อขายกันในราคาถูก ตั๋วพิมพ์รูปพรรณสัตว์ก็ไม่มี พฤติการณ์ส่อแสดงให้เห็นว่าเป็นกระบือที่ไม่บริสุทธิ์ จำเลยที่ ๑ น่าจะสำนึกได้ว่าเป็นกระบือของร้าย เมื่อซื้อแล้วจำเลยที่ ๑ ก็มิได้นำกระบือไปไว้บ้าน แต่กลับนำไปผูกล่ามไว้ในป่ากลางนานายล้น ลักษณะเป็นการปิดบังซ่อนเร้นอีก ทั้งเมื่อเจ้าพนักงานไปสอบถามครั้งแรก จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธว่าไม่ได้รับกระบือไว้ อันเป็นการพิรุธ จำเลยน่าจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นกระบือของร้าย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์ทั้งหลายดังกล่าวมารูปคดีเชื่อได้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับซื้อกระบือรายนี้ไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นกระบือของร้าย ซึ่งการกระทำย่อมเป็นความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สิทธิ เกตุทัต · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกระบี่ - นายบรรทม จาตกานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ.
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2566

จำเลยให้ ม. กู้ยืมเงิน 80,000 บาท โดย ม. ส่งรถแทรกเตอร์ของโจทก์ร่วมให้แก่จำเลยยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ อันเป็นการรับจำนำ และเมื่อ ม. เคยนำรถยนต์กระบะไปจำนำเป็นประกันการชำระหนี้ที่ ม. กู้ยืมเงินจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2563

แม้จำเลยจะส่งมอบนาฬิกาของกลางที่ประเทศกัมพูชา แต่จำเลยแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคาร ก. ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ให้ ว. โอนเงินค่านาฬิกาเข้าบัญชีดังกล่าว ถือว่าจำเลยในฐานะตัวการได้กระทำผิดในราชอาณาจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2373/2562

จำเลยที่ 2 ในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 993/2558 ของศาลชั้นต้น และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 821/2560 ของศาลชั้นต้น ซึ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8491/2561

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นการฟ้องให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งตามที่พิจารณาได้ความ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยพร้อมกันทั้งสองข้อหาได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้