Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องอ้างเหตุว่าจำเลยผิดสัญญาและกระทำละเมิดต่อโจทก์แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเพื่อให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ล้วนมาจากเหตุที่จำเลยผิดสัญญาการร่วมจัดหางานที่ทำไว้กับโจทก์ทั้งสิ้นดังนั้นเมื่อสัญญาการร่วมจัดหางานดังกล่าวเป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนโจทก์จึงไม่อาจอ้างสิทธิใดๆตามสัญญาดังกล่าวเพื่อบังคับให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับอนุญาตจัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาร่วมกันดำเนินการจัดหาคนงานไปทำงานในต่างประเทศโดยให้จัดส่งในนามโจทก์และจำเลยตกลงจะจ่ายผลประโยชน์แก่โจทก์ จำเลยได้จัดส่งคนงานไปทำงานในต่างประเทศ 8 คน แต่ไม่ได้จ่ายเงินผลประโยชน์ให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 32,000 บาท และจำเลยได้เรียกรับเงินจากคนหางานจำนวน 19 คน เป็นเงิน 523,000 บาท แต่ไม่ได้จัดส่งคนหางานดังกล่าวไปทำงานในต่างประเทศและไม่คืนเงินดังกล่าวให้คนหางานอันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ เป็นเหตุให้กรมแรงงานหักหลักประกันจากโจทก์จำนวน 500,000 บาท เพื่อจ่ายคืนให้คนหางานและจำเลยได้ใช้โทรศัพท์และโทรพิมพ์ของโจทก์เป็นเงินจำนวน50,129 บาท

ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 582,129 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า สัญญาการร่วมจัดหางานตกเป็นโมฆะ เพราะขัดต่อกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่ได้ค้างชำระค่าผลประโยชน์ และไม่มีหน้าที่ต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ไม่เคยค้างค่าโทรศัพท์และค่าโทรพิมพ์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 508,545 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 กันยายน 2534เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ผู้ที่จะจัดหางานให้คนหางานตลอดจนลูกจ้างและตัวแทนของผู้จัดหางานต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดและต้องจดทะเบียนต่อกรมแรงงาน

หากฝ่าฝืนเป็นความผิดและมีโทษทางอาญา อันเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนสัญญาการร่วมจัดหางานเอกสารหมาย จ.4 ที่โจทก์จำเลยทำขึ้นเป็นสัญญาที่โจทก์ตั้งจำเลยให้เป็นตัวแทนของโจทก์จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ โดยโจทก์เรียกเอาผลประโยชน์จากการที่โจทก์เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต เมื่อโจทก์ไม่ได้จดทะเบียนการที่จำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์ต่อกรมแรงงานย่อมไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายที่จะกระทำการจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศได้หรือไม่ เท่ากับโจทก์ใช้ใบอนุญาตของตนที่มีอยู่ไปหาประโยชน์ในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน สัญญาการร่วมจัดหางานเอกสารหมาย จ.4 ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150(เดิม)

โจทก์ฟ้องเรียกค่าผลประโยชน์จากการที่จำเลยส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศค่าโทรศัพท์ ค่าโทรพิมพ์ ตามที่ปรากฏอยู่ในสัญญาเอกสารหมาย จ.4ข้อ 5 ซึ่งเป็นโมฆะจึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกได้ แต่เหตุที่โจทก์ถูกยึดเงินประกันเนื่องมาจากจำเลยเรียกรับเงินจากคนหางานมาเป็นประโยชน์ของจำเลยแล้วไม่จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศจำเลยจึงเป็นผู้ทำละเมิดต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 500,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาข้อแรกว่า สัญญาการร่วมจัดหางานเอกสารหมาย จ.4 ตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินใด ๆจากจำเลยโดยอาศัยสัญญาดังกล่าว เห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเป็นที่ยุติโดยไม่มีฝ่ายใดฎีกาโต้แย้งว่า สัญญาการร่วมจัดหางานระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามหนังสือของกรมแรงงานที่มีถึงโจทก์เรื่องการหักหลักประกันเอกสารหมาย จ.31ประกอบคำเบิกความของนายวิทยา ลีลาภัทร์กรรมการผู้จัดการโจทก์ว่าเหตุที่โจทก์ต้องถูกนายทะเบียนจัดหางานกลาง กรมแรงงาน หักหลักประกันจำนวน 500,000 บาท เพื่อจ่ายคืนให้คนหางานก็เพราะจำเลยอ้างสัญญาการร่วมจัดหางานเอกสารหมาย จ.4 ทำการติดต่อกับคนหางาน หากไม่มีสัญญาดังกล่าวโจทก์ย่อมไม่ต้องร่วมรับผิดในการกระทำของจำเลยต่อนายทะเบียนจัดหางานกลาง กรมแรงงาน ฉะนั้นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาของโจทก์ก็คือจำเลยผิดสัญญาการร่วมจัดหางานเอกสารหมาย จ.4 นั่นเอง หาใช่เป็นเรื่องละเมิดต่อโจทก์ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่อย่างใดไม่ เมื่อสัญญาดังกล่าวตกเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ตามสัญญาดังกล่าวเพื่อให้จำเลยรับผิดได้ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยดังกล่าวแล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยต่อไปพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสิ้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีหน้าที่จะต้องชำระค่าระวางเรือค่าเรือเสียเวลา ค่านายหน้า และค่าป่วยการต่าง ๆ ตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าเรือทั้งสิ้นเท่าไร จำเลยได้ชำระให้โจทก์แล้วเป็นเงินเท่าไร และยังคงต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้