Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1017/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บิดามารดาทอดทิ้งผู้เสียหายไปโดยไม่ทราบว่าบิดามารดาผู้เสียหายไปอยู่ที่แห่งใดส่วนจำเลยและภรรยาเป็นเพียงผู้รับผู้เสียหายมาอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาอำนาจปกครองผู้เสียหายจึงยังตกอยู่แก่บิดามารดาผู้เสียหายผู้เสียหายไม่ได้อยู่ในความปกครองของจำเลยและภรรยาการที่จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายจะปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา285ไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำชำเราเด็กหญิงจิตนา ศรีวิลัยผู้เสียหายอายุ 11 ปี ซึ่งเป็นผู้อยู่ในความปกครองของจำเลย และมิใช่ภรรยาของจำเลยจนสำเร็จความใคร่หลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกันรวม 55 ครั้ง (ตั้งแต่ผู้เสียหายอายุ 8 ปี จนถึงอายุ 11 ปี)คือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2532 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2534จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง และเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2535 เวลากลางคืนหลังเที่ยงคืนจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย 1 ครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 227วรรคสอง, 285, 91จำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดเฉพาะการกระทำในวันที่ 4 มกราคม 2535 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 80 และมาตรา 285 ให้จำเลยจำคุก 10 ปี9 เดือนจำเลยรับสภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74 คงจำคุกจำเลย 7 ปี 2 เดือน ความผิดนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าเด็กหญิงจินตนา ศรีวิลัย ผู้เสียหาย อายุ 11 ปี อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของจำเลยและนางสาวสุกัญญา เจริญสาย ภรรยาจำเลย ซึ่งขอผู้เสียหายมาเลี้ยงดูให้การศึกษาเยี่ยงบุตรเป็นเวลาประมาณ 10 ปี ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 วันที่ 5 มกราคม 2535 เวลาประมาณ 19 นาฬิกา ผู้เสียหายได้หลบหนีออกจากบ้าน และนางสาวสุกัญญาได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ต่อมาเวลาประมาณ 24 นาฬิกาคนขับรถแท็กซี่ได้นำผู้เสียหายไปมอบให้สิบตำรวจเอกจักรินโจณสิทธิ สิบตำรวจเอกจักรินจึงได้นำผู้เสียหายไปมอบให้ร้อยตำรวจเองพันธศักดิ์ ค้าดี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจดังกล่าวร้อยตำรวจเอกพันธศักดิ์สอบถามผู้เสียหายแล้วได้ความตรงกับที่นางสาวสุกัญญาแจ้งความไว้ จึงได้แจ้งให้นางสาวสุกัญญาทราบเมื่อวันที่ 5 นางสาวสุกัญญาและจำเลยได้พากันไปที่สถานีตำรวจดังกล่าวพบกับผู้เสียหาย

ร้อยตำรวจเอกพันธศักดิ์จึงแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่ากระทำชำเราผู้เสียหาย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้พยายามกระทำชำเราผู้เสียหายจริง แต่ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำต่อผู้อยู่ในความปกครองซึ่งต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277วรรคสอง หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 นั้นศาลฎีกาเห็นว่า เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้เสียหายมีบิดามารดา แม้บิดามารดาทอดทิ้งผู้เสียหายไปโดยไม่ทราบว่าบิดามารดาผู้เสียหายไปอยู่ที่แห่งใด ส่วนจำเลยและภรรยาเป็นผู้รับผู้เสียหายมาอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษา จึงฟังได้ว่าอำนาจปกครองผู้เสียหายยังคงตกอยู่แก่บิดามารดาผู้เสียหายผู้เสียหายจึงไม่ได้อยู่ในความปกครองของจำเลยและภรรยาดังที่โจทก์ฟ้อง การกระทำของจำเลยจะปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 285 หาได้ไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้จำคุกจำเลย 7 ปี6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลย 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5524/2567

แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับ ก. แล้ว และอำนาจปกครองของผู้เสียหายตามกฎหมายเป็นของ ก. ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ ก. พาผู้เสียหายไปฝากให้พักอาศัยอยู่กับจำเลยซึ่งก่อนเกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4391/2565

จำเลยเป็นบิดาเลี้ยงของผู้เสียหายบังคับกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและมิใช่ภริยาของจำเลย โดยข่มขู่ผู้เสียหายว่าห้ามนำเรื่องไปบอกใคร มิฉะนั้นจะให้อมอวัยวะเพศของจำเลยตลอดชีวิต พ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 704639)

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคแรก (เดิม) ประกอบมาตรา 285 ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 285 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3326/2563

พฤติการณ์ที่จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันมา การที่ผู้เสียหายอาศัยอยู่กับจำเลยมาตั้งแต่อายุได้เพียง 2 ปี และเป็นบุตรบุญธรรมจำเลยด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับผู้เสียหายโดยปกติย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้