คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปิดกั้นน้ำในเหมืองสาธารณสำหรับประชาชนใช้เป็นสาธารณูปโภคทำให้เจ้าของนาข้างเคียงเสียหายแก่การทำนาเพราะขาดน้ำขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๘ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นเหมืองของจำเลย ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นเหมืองสาธารณ แต่จำเลยปิดกั้นน้ำเพราะเชื่อมั่นโดยสุจริตว่าเป็นเหมือนของจำเลยๆ ขาดเจตนาที่จะทำให้ทรัพย์ผู้อื่นเสียหาย พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๒๒๘ แล้ว ส่วนจำเลยฎีกาว่าเป็นเหมืองของจำเลย ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยปิดกั้นเหมืองสาธารณเพราะเชื่อมั่นโดยสุจริตว่าเป็นเหมืองของจำเลยๆ ย่อมไม่รู้ว่าเหมืองนั้นเป็นสาธารณูปโภคซึ่งเป็นองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๘ จำเลยจึงไม่ผิดตามมาตรานี้ ส่วนฎีกาของจำเลยว่าเป็นเหมืองของจำเลย ไม่ใช่เหมืองสาธารณนั้น ก็ไม่มีกรณีที่ศาลจะวินิจฉัยให้ เพราะไม่ทำให้ผลในคดีเปลี่ยนแปลง ชอบที่จำเลยจะว่ากล่าวข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ในเหมืองรายนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน