Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10206/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ในช่วงเวลาระหว่างวันที่โจทก์รับจ้างตกแต่งร้านค้าให้จำเลยที่ 1 ตั้งแต่เดือนกันยายน 2538 จนถึงวันที่ทำการตกแต่งร้านค้าเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 และได้ลาออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2540 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2540 อยู่ในเวลาสองปีนับแต่วันที่จำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าจ้างตามฟ้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1068 ประกอบมาตรา 1080 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๒๙๒,๐๘๒ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน ๔๐,๑๖๑ บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อประมาณต้นเดือนกันยายน ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ ได้ตกลงว่าจ้างโจทก์ตกแต่งร้านค้าของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้ชำระค่าจ้างบางส่วนให้แก่โจทก์ โดยสั่งจ่ายเช็คลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๙ คงค้างชำระอีกจำนวนหนึ่ง? ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่าขณะที่โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในการว่าจ้างโจทก์ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่า โจทก์มีหนังสือรับรองซึ่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครออกให้

ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๐ ระบุว่า จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๕ มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ก็เบิกความรับว่า ในปี ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ และได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อปลายเดือนธันวาคม ๒๕๔๐ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ในช่วงเวลาระหว่างวันที่โจทก์รับจ้างตกแต่งร้านค้าให้จำเลยที่ ๑ ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๓๘ จนถึงวันที่ทำการตกแต่งร้านค้าเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๘ โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ อยู่ในเวลาสองปีนับแต่วันที่จำเลยที่ ๒ ออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ดังนั้น จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ชำระเงินค่าจ้างตามฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๖๘ ประกอบมาตรา ๑๐๘๐ วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองทุกข้อฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัฒนชัย โชติชูตระกูล · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · ประดิษฐ์ ทรงฤกษ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายครรชิต วงศ์ไทย
ศาลอุทธรณ์ - นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2561

จำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการระหว่างวันที่ 8 กันยายน 2547 ถึงวันที่ 23 กันยายน 2556 และมีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการระหว่างวันที่ 24 กันยายน 2556 จนถึงปัจจุบัน เมื่อวันที่ 30 มิถุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4779/2533

เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบแล้ว แต่จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หนี้ภาษีอากรของจำเลยย่อมยุติไปตามที่เจ้าพนักงานของโจทก์แจ้งประเมินไว้ จำเลยที่ 1 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3103/2533

อำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยยกขึ้นฎีกาโดยมิได้ว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้ล้มละลาย ห้างจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4411/2531

ส. เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด บ.จำเลยที่ 1 และออกจากการเป็นหุ้นส่วนเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2526ความรับผิดของ ส. อันเกี่ยวแก่หนี้ซึ่งห้างจำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ ส. ออกจากหุ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2566

ขณะห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ก่อสร้างกำแพงรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสามนั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อนายทะเบียนจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. เป็นบริษัทจำกัดคือจำเลยที่ 1 แล้ว ห้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้