เนื้อความคำพิพากษา
คดีได้ความว่าโจทก์จำเลยมีที่ดินติดต่อกัน แต่ที่ดินของจำเลยมีส่วนกว้างจำกัดไม่พอตัวเรือนที่จะปลูก จำเลยจึงปักเสาเรือนตรงเขตต์แดน และหลังคาเรือนล้ำเข้าไปในที่ของโจทก์ ๆ ได้ว่ากล่าวทักท้วงในขณะสร้าง แต่จำเลยพูดจะรับรองว่าจะไม่เอาที่ ๆ ชายคารุกเข้าไปนี้ โจทก์ยอมและกั้นรั้วตามแนวเขตต์แนบเสาเรือนจำเลย ต่อมารั้วโจทก์ผุ โจทก์จะทำรั้วใหม่ตามแนวเดิม จำเลยขัดขวางไม่ยอมให้ทำโจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อหลังคาและรั้วให้พ้นที่ดินของโจทก์ และห้ามอย่าให้จำเลยเกี่ยวข้องในที่ดินต่อไป ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำเลยรื้อถอนหลักกระทู้ออกไปจากที่วิวาทและให้จำเลยใช้เงินค่าใช้ที่ดินในตอนที่ชายคาล้ำให้แก่โจทก์ ๒๕ บาท
จำเลยฎีกาว่า ศาลยกประมวลแพ่งฯ ม.๑๓๑๒ บังคับคดีเป็นการเกินคำขอไม่ชอบด้วย ม.๑๔๒ ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง และว่าจำเลยทำชายคาเรือนรุกที่ดินโจทก์โดยปรปักษ์ตาม ม.๑๓๗๔-๑๓๗๕ มีอายุความให้ฟ้องภายใน ๑ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้ข้อเท็จจริงต้องถือตามศาลล่างทั้งสอง ซึ่งเห็นว่าพฤตติการณ์แห่งคดีเรื่องนี้ ไม่เรียกว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองโดยปรปักษ์ แต่อย่างใดเมื่อโจทก์ยอมให้จำเลยทำชายคาล้ำเข้าไปในเขตต์ที่ดินของโจทก์โดยปากเปล่า ก็ยังมีสิทธิขอให้จำเลยรื้อชายคาออกเสียจากที่ดินได้ และคดีเรื่องนี้เป็นเรื่องว่าด้วยกรรมสิทธิ ส่วนมาตรา ๑๓๗๔-๑๓๗๕ เป็นเรื่องการครอบครอง ฉะนั้นข้อต่อสู้ของจำเลยจึงตกไป ส่วนข้อที่ว่าศาลบังคับเกินคำขอนั้น เห็นว่าการที่ศาลบังคับให้จำเลยเสียเงินแก่เจ้าของที่ดินแทนที่จะให้รื้อชายคาตามคำขอท้ายฟ้องเป็นการบังคับแทนกันและกันไม่เรียกว่าเป็นการเกินคำขอตามมาตรา ๑๔๒
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย