คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350ศาลแขวงพระนครใต้ไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งประทับฟ้องและหมายเรียกจำเลยแต่ส่งหมายให้จำเลยไม่ได้ โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายให้จำเลยไม่ได้ โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายจับจำเลย ต่อมาในวันที่ 29 ตุลาคม 2502
โจทก์ยื่นคำร้องว่า ตามที่ศาลนัดให้จำเลยยื่นคำให้การและสืบพยานโจทก์ในวันที่ 30 ตุลาคม นั้น ยังจับตัวจำเลยไม่ได้ขอเลื่อนการพิจารณาจนกว่าจะจับตัวจำเลยได้ ศาลสั่งคำร้องของโจทก์ในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 30 ตุลาคม ว่า "เลื่อนไปวันที่ 30 เดือนหน้าเวลา 8.30 น. ลงนัดไว้ ให้โจทก์มาศาลในวันเวลานัดด้วย ถ้าถึงกำหนดนัดแล้วยังไม่ได้ตัวจำเลยมาจะได้พิจารณาสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวต่อไปครั้นถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันนัด โจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาลโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลมีคำสั่งในวันนั้นว่า "ปรากฏว่าที่คำร้องของโจทก์ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2502 ศาลได้สั่งนัดวันนี้เวลา 8.30 น. และโจทก์ได้มาศาล ท้ายคำร้องนั้น ทนายโจทก์ได้เซ็นที่หมายเหตุว่า
ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว" ดังนี้ เมื่อโจทก์และทนายไม่มาศาลตามกำหนดนัด ให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166, 181วันที่ 29 ธันวาคม 2502 เจ้าพนักงานตำรวจจับตัวจำเลยมาศาลตามหมายจับ ศาลได้สั่งปล่อยตัวจำเลยโดยอ้างว่าศาลได้ยกฟ้องแล้วในวันเดียวกันนั้น
โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ไม่ได้มาศาลตามกำหนดนัดหาใช่จงใจขาดนัด เพราะโจทก์ไม่ทราบคำสั่งศาล จึงมิได้มาศาลจึงขอให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นคำร้องเกินกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลยกฟ้องแล้ว ให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีต่อไปจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า คำรับรองในหมายเหตุท้ายคำร้องของโจทก์ว่าถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้วนั้น ย่อมหมายความเพียงว่าผู้ยื่นรอฟังคำสั่งอยู่ในวันยื่นจนกว่าจะหมดเวลาทำการในวันนั้นเท่านั้นจะถือเลยว่าผู้ยื่นจะต้องมารอฟังคำสั่งในวันต่อมาอีกด้วยไม่ได้เมื่อศาลชั้นต้นสั่งเลื่อนคดีไปแล้ว ก็หาแจ้งให้โจทก์ทราบไม่ครั้นถึงวันนัดไม่มีโจทก์มาศาล ศาลจะถือเอาคำร้องรับรองในหมายเหตุท้ายคำร้องของโจทก์ว่าโจทก์ทราบคำสั่งให้เลื่อนคดีนั้น และถือว่าโจทก์ขาดนัดให้ยกฟ้องเสีย เป็นการไม่ชอบ และเมื่อศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้องแล้ว หาจัดการอ่านคำสั่งให้โจทก์ทราบไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน