Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 103/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเพียงพนักงานรับจ่ายพัสดุทั่วไป ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลรักษาพัสดุในคลังพัสดุ แม้ว่า ก.ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกของจำเลยมีคำสั่งให้จำเลยกับพวกจัดเก็บพัสดุเข้าที่เก็บให้เรียบร้อยก็ตาม แต่โดยหน้าที่ ก. จะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับพัสดุโดยตรง ความรับผิดชอบดังกล่าวจึงหาโอนไปยังจำเลยกับพวกไม่การที่จำเลยไม่รายงานให้ ก.ทราบว่าหัวฉีดที่ใช้กับเครื่องจักรผลิตขวดหาไม่พบหรือสูญหาย แม้จะทำให้ ก.เข้าใจผิดและหลงเชื่อว่าหัวฉีดยังมีอยู่ในคลังและจัดเก็บเข้าช่องเก็บถูกต้องแล้ว ก.จึงไม่ได้ตรวจสอบ จนต่อมาอะไหล่นั้นถูกคนร้ายลักไป ก็ไม่ใช่ผลโดยตรงอันเป็นเหตุให้หัวฉีดของโจทก์หายไป และไม่ใช่เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างเดือนธันวาคม 2534 ถึงเดือนมีนาคม2525 นายกิตติ เอี่ยมบัลลังก์ หัวหน้าแผนกวัสดุทั่วไปของโจทก์มีคำสั่งให้ลูกจ้างของโจทก์รวมทั้งจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างประจำของโจทก์ตำแหน่งพนักงานรับจ่ายพัสดุประจำคลังเก็บพัสดุภัณฑ์ของโจทก์ ช่วยกันจัดเก็บพัสดุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในคลังให้เข้าที่เรียบร้อยเพื่อความสะดวกแก่การเบิกจ่าย และมีคำสั่งให้จำเลยเป็นหัวหน้าจัดเก็บพัสดุจากต่างประเทศมีนายบุญสืบ เฉลิมเกตุนายเสน่ห์ แสงสุข กับพวกอีก 2 คน เป็นผู้ช่วยในการจัดเก็บพัสดุจำเลยจะอ่านหมายเลขประจำตัวอะไหล่ให้ผู้ช่วยจำเลยดังกล่าวยกเข้าช่วยเก็บซึ่งมีหมายเลขตรงกับเลขประจำตัวอะไหล่ หากหาอะไหล่ตัวใดไม่พบ จำเลยจะต้องบันทึกรายงานแล้วแจ้งให้นายกิตติทราบทุกวันในระหว่างเวลาจัดเก็บพัสดุดังกล่าว

จำเลยพบเห็นอะไหล่หัวฉีดที่ใช้กับเครื่องจักรผลิตขวดจำนวน 430 ตัว ราคาตัวละ 293 บาท เป็นเงินรวม 125,990 บาท บรรจุอยู่ในลังและวางอยู่กับพื้นในคลังเก็บพัสดุของโจทก์ มีหมายเลขประจำตัวตามทะเบียนอะไหล่ 203.342/5 จำเลยไม่ได้อ่านเลขทะเบียนอะไหล่ดังกล่าวให้ผู้ช่วยยกเข้าช่องเก็บแต่เลยไปจัดเก็บอะไหล่ชนิดอื่น และไม่รายงานให้นายกิตติทราบว่าหัวฉีดที่ใช้กับเครื่องจักรผลิตขวดหาไม่พบหรือสูญหาย การกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจให้โจทก์และนายกิตติเข้าใจผิดและหลงเชื่อว่าอะไหล่ดังกล่าวยังมีอยู่ในคลังและจัดเก็บเข้าช่องเก็บถูกต้องตามทะเบียนอะไหล่แล้ว โจทก์และนายกิตติจึงไม่ได้ตรวจสอบ ต่อมาปรากฏว่าในช่วงระยะเวลาดำเนินการจัดเก็บพัสดุภัณฑ์ดังกล่าว

หัวฉีดที่ใช้กับเครื่องจักรผลิตขวดถูกลักไปจากคลังเก็บพัสดุของโจทก์ทั้งหมด เป็นเหตุให้โจทก์และนายกิตติไม่สามารถสอบสวนติดตามเอาทรัพย์คืนได้ทันที ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2525 จำเลยได้ทำรายงานการจัดเก็บพัสดุภัณฑ์อะไหล่ต่างประเทศส่งนายกิตติว่า พัสดุที่สั่งให้จัดเก็บมีอะไหล่เก่าที่หาไม่พบ 32 รายการรวมทั้งหัวฉีดที่ใช้กับเครื่องผลิตขวดด้วย และมีอะไหล่ใหม่ที่เข้ามาระหว่างเดือนมกราคม 2525 ถึงเดือนพฤษภาคม 2525 ไม่มีของอีก 30รายการ ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 และหลังจากคณะกรรมการสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้ว ปรากฏว่ารายงานของจำเลยดังกล่าวไม่ตรงกับความจริง การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการจงใจฝ่าฝืนคำสั่งของนายกิตติ และเป็นงานที่จำเลยต้องกระทำตามหน้าที่ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 125,990 บาท และโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 21 กันยายน 2525 ซึ่งเป็นวันที่ประธานกรรมการของโจทก์รู้เหตุกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 8,222.50 บาท

รวมเป็นเงินที่จำเลยจะต้องชดใช้แก่โจทก์ทั้งสิ้น 134,212.50 บาท โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์แล้ว จำเลยหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 134,212.50 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 125,990บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้กระทำละเมิดและไม่ได้ฝ่าฝืนระเบียบโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเป็นลูกจ้างประจำของโจทก์ ทำหน้าที่เป็นพนักงานรับจ่ายพัสดุทั่วไปมีนายกิตติ เอี่ยมบัลลังก์ หัวหน้าแผนกวัสดุทั่วไปเป็นผู้บังคับบัญชา เมื่อเดือนธันวาคม 2524 นายกิตติมีคำสั่งด้วยวาจาให้จำเลยกับพวกจัดเก็บพัสดุในคลังพัสดุเข้าที่ จำเลยกับพวกทำการจัดเก็บพัสดุเข้าที่เสร็จในเดือนมีนาคม 2525 แต่จำเลยไม่จัดทำรายงานการจัดเก็บพัสดุว่ามีพัสดุใดขาดหายไปบ้าง ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2525 ผู้อำนวยการของโจทก์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและหาผู้รับผิดชอบเรื่องหัวฉีดที่ใช้กับเครื่องผลิตขวดหายไป คณะกรรมการได้ตรวจสอบค้นหาในคลังพัสดุโดยละเอียดแล้วปรากฏว่าหัวฉีดที่ใช้กับเครื่องผลิตขวดหายไป 430 ตัว และในเวลาเดียวกันนายกิตติได้สั่งให้จำเลยทำรายงานการจัดเก็บพัสดุจำเลยได้ทำรายงานเสนอนายกิตติเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2525ปรากฏตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย

จ.1 และหัวฉีดที่ใช้กับเครื่องผลิตขวดนั้น กองผลิต 3 ของโจทก์ได้เบิกไปครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่5 พฤศจิกายน 2524 โดยจำเลยมิได้เป็นผู้จ่าย จำเลยถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ดังกล่าว แต่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลย มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นเพียงพนักงานรับจ่ายพัสดุทั่วไปเท่านั้น ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลรักษาพัสดุในคลังพัสดุ ถึงแม้นายกิตติหัวหน้าแผนกวัสดุทั่วไปมีคำสั่งให้จำเลยกับพวกจัดเก็บพัสดุในคลังพัสดุเข้าที่เก็บให้เรียบร้อยก็ตาม แต่โดยหน้าที่นายกิตติจะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับพัสดุในคลังพัสดุโดยตรง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับพัสดุที่เก็บรักษาไว้ในคลังพัสดุหาโอนไปยังจำเลยกับพวกที่จัดเก็บไม่

นายกิตติเองก็เบิกความรับว่าการสั่งและรับหัวฉีดที่หายไปดังกล่าวไว้นั้น จำเลยไม่ทราบพยานและบุคคลอื่นอีกหลายคนเป็นผู้รู้ว่าหัวฉีดดังกล่าวเก็บไว้ที่ใด จึงเห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าจำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับหัวฉีดดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น การที่หัวฉีดดังกล่าวไม่ได้อยู่ในช่องเก็บของให้เรียบร้อยมาตั้งแต่แรกก็ไม่ใช่ความผิดของจำเลย นายกิตติจึงต้องควบคุมดูแลการจัดเก็บพัสดุอย่างใกล้ชิด และให้จำเลยกับพวกรายงานการจัดเก็บทุกวัน นอกจากนี้ไม่ปรากฏว่ามีคนร้ายงัดคลังพัสดุแล้วขโมยพัสดุไปหรือพัสดุในคลังพัสดุได้หายไปในระหว่างที่จำเลยทำหน้าที่พนักงานรับจ่ายพัสดุหรือในระหว่างที่จำเลยจัดเก็บพัสดุเข้าที่เก็บ การที่จำเลยไม่รายงานเกี่ยวกับการจัดเก็บพัสดุให้นายกิตติทราบไม่ใช่ผลโดยตรงอันเป็นเหตุให้หัวฉีดของโจทก์หายไป

นายกิตติสามารถที่จะตรวจตราพัสดุในคลังและสั่งให้ผู้อื่นเข้าไปทำหน้าที่แทนจำเลยได้ตลอดเวลา การกระทำของจำเลยจึงหาเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้หัวฉีดที่ใช้กับเครื่องผลิตขวดของโจทก์สูญหายไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้