คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้ง ๖ คนกับนายเที่ยงสามีจำเลยเป็นบุตรนายพรม นางดวง ๆ ได้ถึงแก่ความตาย มีทรัพย์มฤดก และบัดนี้นายเที่ยงก็ตายไป จำเลยไม่ยอมแบ่งทรัพย์มฤดกให้โจทก์ โจทก์จึงขอแบ่งมฤดกให้โจทก์ทั้ง ๖ คนเป็นเงิน ๑๗๑๔.๒๖ บาท
จำเลยให้การว่า ทรัพย์มฤดก ทายาทได้แบ่งปันกันไปหมดแล้ว และตัดฟ้องว่า คดีขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าทายาทได้ปกครองทรัพย์มฤดกกันมาเป็นส่วนเป็นสัดแล้ว พิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่านายหลอยโจทก์ได้ครอบครองเรือนและที่ดินซึ่งปลูกเรือนรายพิพาทร่วมกับนายเที่ยง คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้ให้แบ่งเรือนกับที่ดินให้แก่นายหลอยโจทก์ และจำเลยซึ่งรับในนามของนายเที่ยงสามี คนละกึ่งหนึ่ง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่โจทก์อื่นนอกจากนายหลอยได้ปกครองทรัพย์สินพิพาทร่วมมากับนายเที่ยงด้วยนั้น พะยานหลักฐานโจทก์ยังแสดงไม่ได้ พิพากษยืน