Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยผู้ทำการโรงสีไม่ได้ทำบัญชีข้าวและข้าวเปลือกตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร ม.201 อันมีโทษตาม ม.208 แต่ขณะพิจารณาคดีได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 บังคับ พ.ร.บ.นี้ได้ยกเลิกและบัญญัติเรื่องการทำบัญชีข้าวและข้าวเปลือกใหม่ตาม ม.40 โดยแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ม.87 ทวิขึ้นใหม่และมีบทลงโทษตาม ม.93 ซึ่งมีโทษเบากว่า การกระทำของจำเลยจึงต้องนำ ม.87 ทวิ และ ม.93 มาใช้บังคับและต้องนำอายุความสำหรับบทลงโทษตาม ก.ม. ที่ใช้อยู่ในขณะพิจารณาคดีซึ่งมีโทษเบากว่ามาใช้บังคับแก่คดีด้วย หน้าที่ทำบัญชีตาม พ.ร.บ.บัญชีนั้นเป็นหน้าที่เฉพาะบุคคลตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. การบัญชี ม.7 บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่ทำบัญชีจะเรียกว่าเป็นผู้ละเว้นกระทำไม่ได้ และจะช่วยสมรู้หรือสมคบในการไม่กระทำตามหน้าที่คนอื่นไม่ได้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 1 ผู้เดียว โจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานสมรู้กระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ดังนี้ แม้จำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ฎีกา ถ้าเป็นเหตุในลักษณะคดีแล้ว ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาให้เป็นผลดีแก่จำเลยที่ 1ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 213 ป.วิ.อ. มาตรา 225 ป.รัษฎากร มาตรา 201 ป.รัษฎากร มาตรา 87 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 มาตรา 40 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 78 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 65 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ.2482 มาตรา 7 ป.อ. มาตรา 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันกระทำผิด ก.ม. โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้กระทำการโรงสีไฟโพธิ์ศรีสวัสดิ์ ซึ่งสีข้าวได้วันหนึ่งตั้งแต่หนึ่งหาบหลวงขึ้นไป เพื่อการค้า จำเลยที่ ๒ เป็นเสมียนมีหน้าที่ทำบัญชีจำเลยได้สมคบกันจำหน่ายข้าวสารให้แก่บริษัทข้าวไทย จำกัด ไปแล้วไม่ทำบัญชีจำหน่ายข้าวสารไม่ลงรายการในแบบ ภ.ช.๔ ก. กะทงหนึ่งและจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ทำบัญชีตามประกาศ ร.ม.ว.กระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดประเภทที่ต้องทำบัญชีตาม พ.ร.บ.การบัญชี จำเลยที่ ๒ เป็นเสมียนมีหน้าที่ทำบัญชี จำเลยได้สมคบกันละเว้นการลงรายการเงินสดในบัญชีเงินสดค่าขายข้าวตามที่กล่าวในข้อแรกอีกกะทงหนึ่ง ขอให้ลงโทษตามประมวลรัษฎากร ม.๒๐๑,๒๐๘,๘๗ ทวิ,๙๓ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕)

พ.ศ.๒๔๘๙ ม.๑๗ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ ม.๔๐ ประกาศกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๙๖ พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. ๒๔๘๒ ม.๖,๗,๑๐,๑๙ ประกาศ ร.ม.ว.กระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดประเภทกิจการที่ต้องทำบัญชีพาณิชย์ เรื่องกำหนดประเภทกิจการที่ต้องทำบัญชีลงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๔๙๑ ก.ม.อาญา ม.๖๓,๗๑ จำเลยรับสารภาพตลอดข้อหา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ผิดตามประมวลรัษฎากร ม.๘๗ ทวิ.๙๓ ประกอบกับ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐ ) พ.ศ. ๒๔๙๖ ม.๔๐ ปรับ ๒๐๐๐ บาท กะทงหนึ่งและตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. ๒๔๘๒ ม.๖,๗,๑๐,๑๙ อีกกะทงหนึ่ง ปรับ ๕๐๐ บาท ลดตาม ก.ม. อาญา ม.๕๙ กึ่งหนึ่งคงให้ปรับทั้งสองกะทง ๑๒๕๐ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ เสีย

โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ด้วย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดฐานผู้สมรู้ ศาลพิจารณาฟ้องโจทก์กะทงแรกเห็นว่าขณะจำเลยกระทำการอันเกิดเป็นคดีนี้ ก.ม.ที่ใช้บังคับคือประมวลรัษฎากร ม.๒๐๑,๒๐๘ แต่จำเลยถูกฟ้องเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ ซึ่งเป็นเวลาที่มาตรานี้ถูกยกเลิกแล้ว โจทก์ฟ้องอ้าง ม.๘๗ ทวิ และ ๙๓ มาด้วย ศาลล่างให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ใหม่นี้เพราะเป็น ก.ม.ที่ใช้อยู่เมื่อขณะพิจารณาคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้หากจำเลยจะผิดตาม ก.ม.ใหม่นี้ ก็ตามก็ปรากฎว่าเมื่อนับถึงเวลาที่ฟ้องเป็นเวลากว่า ๓ ปีแล้ว โทษตามมาตรานี้ให้ปรับไม่เกินห้าพันบาทฟ้องกะทงแรกของโจทก์จึงขาดอายุความตาม ก.ม.อาญา ม.๗๘ (๔) และโดยที่เป็นเหตุในลักษณะคดีแม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นได้และจำเลยที่ ๒ ก็ย่อมได้รับผลเช่นเดียวกัน สำหรับฟ้องโจทก์กะทงที่๒ เห็นว่าตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. ๒๔๘๒ ม.๗ ประกอบด้วย ม.๖ ผู้มีหน้าที่ทำบัญชีคือผู้ประกอบกิจการ ผู้อื่นที่ไม่มีหน้าที่จะเรียกว่าเป็นผู้ละเว้นไม่ได้ และจะสมรู้หรือสมคบในการไม่กระทำตามหน้าที่ของอีกคนก็ไม่ได้ดุจกัน เพราะเป็นหน้าที่ที่ ก.ม. กำหนดไว้เฉพาะตัว จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีความผิด (อ้างฎีกาที่ ๔๖๕/๒๔๙๖)

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์กะทงแรกเสีย นอกนั้นคงยืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายเดช วุฒิสวนชัย
ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7453/2550

พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์นำจำเลยที่ 2 และ ด. มาที่เกิดเหตุแล้วรออยู่ จากนั้นบุคคลทั้งสองได้ปีนกำแพงเข้าไปแล้วลักลวดทองแดงของกลางภายในบริษัทผู้เสียหายนั้น เห็นได้ว่าบริเวณที่จำเลยที่ 1 รอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2547

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่าย เมทแอมเฟตามีน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละตลอดชีวิต จำเลยทั้งสี่อุท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2951/2545

จำเลยที่ 1 นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันกับจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2 ต่อสู้กับผู้ตาย จำเลยที่ 1 ชักอาวุธมีดออกมาเข้าไปช่วยจำเลยที่ 2 แม้จะไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตาย แต่จำเลยที่ 1 ก็อยู่กับจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5857/2537

จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นสามีภริยากัน จำเลยที่ 3 เป็นบุตรเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ที่บ้านไม่มีเลขที่พบของกลาง เครื่องมือใช้ผลิตแอมเฟตามีน 27 รายการ และค้นบ้านเลขที่ 377 ซึ่งอยู่ห่างไป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้