Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 103413)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินบำเหน็จเป็นเงินที่นายจ้างตอบแทนคุณความดีของลูกจ้างที่ได้ทำงานร่วมกับนายจ้างด้วยดีตลอดมาเงินประเภทนี้กฎหมายมิได้บังคับนายจ้างว่าจะต้องจ่ายแก่ลูกจ้างนายจ้างจะจ่ายให้หรือไม่ ด้วยหลักเกณฑ์อย่างไรแล้วแต่จะเห็นสมควรข้อพิพาทเกี่ยวด้วยเงินบำเหน็จจึงมิใช่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนนายจ้างและลูกจ้างทำข้อตกลงให้ระงับสิทธิเรียกร้องเงินบำเหน็จจากนายจ้างได้ แบบพิมพ์ดีดเอกสารซึ่งนายจ้างจัดทำขึ้นระบุรายการเกี่ยวกับเงินต่าง ๆ ตามสิทธิและตามกฎหมายที่ลูกจ้างจะได้รับจากนายจ้างและระบุว่าลูกจ้างได้รับเงินค่าชดเชยและเงินบำเหน็จตามจำนวนที่ระบุไว้ เมื่อเอกสารดังกล่าวมีข้อความระบุไว้ด้วยว่าลูกจ้างไม่ติดใจเรียกร้องเงิน สิทธิ และประโยชน์อื่นใดจากนายจ้างอีกทั้งสิ้น ดังนี้ ลูกจ้างได้สละสิทธิเรียกร้องบำเหน็จนอกเหนือจากที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวแล้ว ลูกจ้างย่อมถูกผูกพันตามข้อความนั้นและไม่มีสิทธิจะเรียกร้องเงินบำเหน็จส่วนที่ขาดอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสามสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางรวมการพิจารณาพิพากษาโดยให้เรียกโจทก์เป็นโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ตามลำดับ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และไม่จ่ายเงินบำเหน็จตามข้อบังคับองค์การเหมืองแร่ฯแก่โจทก์ตามสิทธิ โดยได้จ่ายบำเหน็จแก่โจทก์ทั้งสามขาดไปคนละ ๕๖,๔๐๐ บาท ๒๑,๖๐๐ บาท และ ๒๗,๙๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จดังกล่าวแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เดิมโจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างอัตราชั่วคราว ทำงานกับจำเลยเป็นครั้งคราว หากไม่มาทำงานก็จะไม่ได้ค่าจ้าง ไม่มีสิทธิได้รับสวัสดิการบางอย่างจากจำเลย ไม่มีสิทธิได้รับการปรับค่าจ้างทุกปีเช่นลูกจ้างประจำ ต่อมาโจทก์ทั้งสามได้รับการปรับจากลูกจ้างอัตราชั่วคราวเป็นลูกจ้างประจำ เวลาปฏิบัติงานของโจทก์ทั้งสามจึงน้อยกว่าที่โจทก์อ้างในฟ้อง และโจทก์ทั้งสามได้รับบำเหน็จไปครบถ้วนแล้ว ทั้งยังได้แสดงเจตนาในขณะรับเงินบำเหน็จว่าไม่ติดใจเรียกร้องสิทธิและประโยชน์อื่นใดจากจำเลยอีก ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันบางประการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยาน

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างประจำตั้งแต่วันเริ่มทำงาน มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จตามระยะเวลาตั้งแต่วันเริ่มทำงานจำเลยจ่ายบำเหน็จแก่โจทก์ทั้งสามขาดไปตามจำนวนที่ฟ้อง พิพากษาให้จำเลยจ่ายบำเหน็จดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสาม

จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่โจทก์ทั้งสามทำข้อตกลงกับจำเลยว่าได้รับเงินบำเหน็จตามจำนวนในคำให้การไปแล้ว ไม่ติดใจเรียกร้องเงิน สิทธิและประโยชน์อื่นใดจากจำเลยอีกทั้งสิ้นนั้นเป็นการระงับสิทธิของโจทก์ทั้งสามแล้ว ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด โจทก์ทั้งสามหามีสิทธิเรียกร้องเงินบำเหน็จจากจำเลยอีกไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า เงินบำเหน็จเป็นเงินที่นายจ้างตอบแทนคุณความดีของลูกจ้างที่ได้ทำงานร่วมกับนายจ้างด้วยดีตลอดมาเงินประเภทนี้กฎหมายมิได้บังคับให้นายจ้างว่าจะต้องจ่ายแก่ลูกจ้างนายจ้างจะให้แก่ลูกจ้างหรือไม่ จะให้ด้วยหลักเกณฑ์อย่างใดสุดแต่นายจ้างจะเห็นสมควร เป็นเรื่องระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หาเกี่ยวกับประชาชนทั่วไปไม่ข้อพิพาทเกี่ยวด้วยเงินบำเหน็จจึงมิใช่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เอกสารหมายเลข ๑๒ หมายเลข ๑๓และหมายเลข ๑๔ เป็นแบบพิมพ์ดีดที่จำเลยจัดทำขึ้น ระบุเงินต่าง ๆ ตามสิทธิและตามกฎหมายที่ลูกจ้างจะพึงได้รับจากจำเลย และมีรายการกรอกข้อความว่าได้รับเงิน (ค่าชดเชย, บำเหน็จ)

ไปแล้วเป็นจำนวนเท่าใด ความในวรรคถัดไปมีว่า "เมื่อข้าพเจ้าได้รับเงินจำนวนดังกล่าวข้างต้นถูกต้องครบถ้วนแล้ว ข้าพเจ้าไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงิน สิทธิ และประโยชน์อื่นใดจากองค์การเหมืองแร่และ/หรือผู้แทนขององค์การเหมืองแร่อีกทั้งสิ้น ฯลฯ" ดังนี้ย่อมหมายความว่าโจทก์ได้สละสิทธิที่จะเรียกร้องเงินบำเหน็จของตนนอกเหนือจากจำนวนที่ปรากฏในเอกสารนั้นแล้ว โจทก์ทั้งสามย่อมถูกผูกพันตามเนื้อความนั้น หามีสิทธิจะเรียกเงินบำเหน็จส่วนที่ขาดจำนวนอีกไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสามสำนวน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายธวัชชัย พิทักษ์พลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2530

บริษัทจำเลยกำหนดให้พนักงานขับรถยนต์ส่วนกลางเข้าทำงานวันละ24 ชั่วโมง หยุดพักวันรุ่งขึ้น 24 ชั่วโมง ต่อมาจำเลยดำริ ให้เปลี่ยนเป็นทำงานเป็นผลัด ผลัดละ 8 ชั่วโมง แต่พนักงานขับรถยนต์ของจำเลยขอให้กำหนดเวลาท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 27187)

เงินบำเหน็จเป็นเงินที่นายจ้างตอบแทนคุณความดีของลูกจ้างที่ได้ทำงานร่วมกับนายจ้างด้วยดีตลอดมาเงินประเภทนี้กฎหมายมิได้บังคับนายจ้างว่าจะต้องจ่ายแก่ลูกจ้าง นายจ้างจะจ่ายให้หรือไม่ ด้วยหลักเกณฑ์อย่างไรแล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 566220)

พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับแจ้งข้อพิพาทแรงงานเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 ผู้แทนสหภาพแรงงาน บ. และผู้แทนจำเลยเข้าร่วมไกล่เกลี่ยในวันที่ 22, 27 มีนาคม 2555 ในวันที่ 27 มีนาคม 2555 ผู้แทนจำเลยแจ้งให…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 566219)

การที่โจทก์ที่ 921 แก้ไขคำฟ้องโดยจำเลยมิได้ให้การแก้คดีเพิ่มเติม มีผลเพียงว่าจำเลยยอมรับว่ามีมติคณะรัฐมนตรีจริง ส่วนโจทก์ที่ 921 จะมีสิทธิได้รับการปรับอัตราค่าจ้างตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวหรือไม่ อย่า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2552 (เลขอ้างอิง 475557)

จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกับสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภาว่า การพิจารณาความดีความชอบในขณะใดๆ ให้องค์การค้าคุรุสภาพิจารณาโดยถือหลักเกณฑ์การพิจารณาตามมติคณะรัฐมนตรีหรื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้