Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1035/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัท ส. ซึ่งถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้างค้างชำระค่าภาษีกากรแก่โจทก์รวม 334,537.34 บาท เฉพาะเงินค่าหุ้นที่จำเลยที่ 1 ถึง จำเลยที่ 6 และที่ 8 ค้างชำระค่าหุ้นของบริษัท ส. รวมเป็นเงิน 374,250 บาท ซึ่งเกินกว่าจำนวนเงินค่าภาษีที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องทั้งหมด แม้โจทก์จะมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากหนี้เงินค่าหุ้นที่จำเลยแต่ละคนจะต้องรับผิดตามคำพิพากษาในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 หรือไม่ก็ตาม เมื่อเงินต้นที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ต้องรับผิดชดใช้แก่โจทก์รวมกันเกินกว่าจำนวนหนี้ทั้งหมดที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับ ดังนี้ ไม่มีเหตุที่โจทก์จะเรียกดอกเบี้ยได้.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมบริษัทสยามวิศว์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน500,000 บาทแบ่งออกเป็น 5,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ต่อมานายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ได้ขีดชื่อบริษัทนี้ออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง ตามมาตรา 1246 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีผลให้หบริษัทนี้เป็นอันเลิกกัน โจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับบริษัทเพื่อยึดทรัพย์สินมาชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างแก่โจทก์ได้ ก่อนบริษัทนี้จะถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครขีดชื่อออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้างจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทนี้ โดยจำเลยที่ 1 ถือหุ้น 890 หุ้น จำเลยที่ 2 ถือหุ้น1,480 หุ้น จำเลยที่ 3 ถือหุ้น 1,990 หุ้น จำเลยที่ 4 ถือหุ้น600 หุ้น

จำเลยที่ 5 ถือหุ้น 10 หุ้น จำเลยที่ 6 ถือหุ้น 10หุ้น จำเลยที่ 8 ถือหุ้น 10 หุ้น ทั้งนี้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8ได้ชำระค่าหุ้นเพียงหุ้นละ 25 บาท เมื่อ พ.ศ. 2515 เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์มีเหตุอันควรเชื่อว่าบริษัทสยามวิศว์ จำกัดได้เสียภาษีอากรไว้ไม่ถูกต้องเจ้าพนักงานประเมินได้ตรวจสอบไต่สวนจึงพบว่าบริษัทสยามวิศว์ จำกัด ต้องรับผิดชำระภาษีอากรแก่โจทก์ 298,348.13 บาท เจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินให้บริษัทสยามวิศว์ จำกัด นำเงินภาษีอากรจำนวนดังกล่าวไปชำระแก่โจทก์บริษัทสยามวิศว์ จำกัด รับแจ้งการประเมินแล้วไม่ชำระ และมิได้อุทธรณ์การประเมินจึงต้องเสียเงินเพิ่มภาษีการค้าจำนวน 36,179.21 บาท รวมเป็นค่าภาษีอากร และเงินเพิ่มทั้งสิ้น 334,537.34 บาท

เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ยังค้างชำระค่าหุ้นแก่บริษัทสยามวิศว์ จำกัด อยู่ จำเลยทั้งแปดจึงต้องร่วมกันชำระหนี้ภาษีอากรดังกล่าวาแก่โจทก์ โดยให้แต่ละคนรับผิดชำระหนี้ไม่เกินจำนวนมูลค่าหุ้นที่แต่ละคนยังค้างชำระและดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินที่แต่ละคนจะต้องชำระแก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การ และจำเลยที่ 2 ให้การกับแก้ไขคำให้การมีใจความสำคัญทำนองเดียวกันว่า บริษัทสยามวิศว์ จำกัด ได้เสียภาษีอากรโดยครบถ้วนถูกต้องแล้วการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินไม่ชอบ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และขาดอายุความ จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 8 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ส่วนจำเลยที่ 7 โจทก์ขอถอนฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ชำระหนี้แก่ดจทก์ 334,537.34 บาท แต่ให้จำเลยแต่ละคนรับผิดภายในวงเงินดังนี้ จำเลยที่ 1 จำนวนเงิน 66,750 บาท จำเลยที่ 2จำนวนเงิน 111,000 บาท จำเลยที่ 3 จำนวนเงิน 149,250 บาท จำเลยที่ 4 จำนวนเงิน 45,000 บาท จำเลยที่ 5 จำนวนเงิน 750 บาทจำเลยที่ 6 จำนวนเงิน 750 บาท และจำเลยที่ 8 จำนวนเงิน 750 บาท แต่เมื่อรวมแล้วไม่เกินเงินภาษีอากรที่บริษัทสยามวิศว์ จำกัดค้างชำระโจทก์ คำขอของโจทก์ยิ่งกว่านี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันฟังได้ว่า บริษัทสยามวิศว์ จำกัด ค้างชำระค่าภาษีอากรแก่โจทก์รวมทั้งสิ้น 334,537.34 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8ต่างเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทสยามวิศว์ จำกัด และค้างชำระค่าหุ้นอยู่ตามจำนวนที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้แต่ละคนรับผิดต่อโจทก์ ปัญหาตามฎีกาของโจทก์มีเพียงว่าโจทก์มีสิทธิเรียกเอาดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ต้องรับผิดชำระให้หแก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ร่วมกันชำระเงินค่าภาษีทั้งหมด 334,537.34 บาท แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 รับผิดชำระเงินแก่โจทกืตามส่วนของเงินค่าหุ้นที่ยังค้างชำระเป็นเงิน 66,750 บาท111,000 บาท 149,250 บาท 45,000 บาท 750 บาท 750 บาท และ 750 บาทโดยเมื่อรวมกันแล้วไม่เกินเงินภาษีอากรที่บริษัทสยามวิศว์จำกัด

ค้างชำระโจทก์นั้น ปรากฏว่าเฉพาะเงินค่าหุ้นที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ค้างชำระค่าหุ้นอยู่เมื่อรวมกันเป็นเงินทั้งสิ้นถึง 374,250 บาท ซึ่งเกินกว่าจำนวนเงินค่าภาษีที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาทั้งหมดดังกล่าว แม้โจทก์จะมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากหนี้เงินค่าหุ้นซึ่งจำเลยแต่ละคนจะต้องรับผิดตามคำพิพากษาในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา224 ดังที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อลำพังเงินต้นที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ต้องรับผิดชดใช้แก่โจทก์รวมเข้าด้วยกันเป็นจำนวนเกินกว่าจำนวนหนี้ทั้งหมดที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับเสียแล้ว จึงไม่มีเหตุที่โจทก์จะเรียกร้องเอาดอกเบี้ยได้อีก...'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6779/2567

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ภายหลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียว จำเลยเป็นฝ่ายส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ โดยสัญญาเช่าซื้อมิได้มีข้อตกลงใดให้สิทธิจำเลยผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาด้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้