คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,416,312.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 1,290,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดทรัพย์สินที่จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในระหว่างที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีนี้มิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยจำเลยขาดนัดพิจารณาได้สั่งยกคำร้องไปแล้วจำเลยจึงไม่อาจขอให้งดการบังคับคดี แต่คำร้องขอของจำเลยอาจถือได้ว่าเป็นการขอให้สั่งคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาเสร็จแล้วจึงไม่มีเหตุจะต้องสั่งคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ต่อไป ศาลอุทธรณ์สั่งคำร้อง ของ จำเลยชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน