Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 103801)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยต้องรับผิดในผลของการกระทำละเมิดแล้วก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เต็มจำนวน แม้โจทก์จะมีสิทธิเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้ก็เป็นสิทธิเฉพาะตัวของโจทก์ จำเลยจะนำมาหักความรับผิดของตนหาได้ไม่ จำเลยที่ 1 ขอเลื่อนคดีมา 1 ปีเศษ จึงนำพยานเข้าสืบได้ปากเดียว ศาลสั่งงดเพราะเห็นว่าเป็นการประวิงคดีนั้นเป็นดุลพินิจที่ชอบแล้ว ผู้ขับรถยนต์ทั้งสองฝ่ายชนกันโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียหายและไม่อาจแบ่งแยกผลของการละเมิดแต่ละฝ่ายใดประมาทมากน้อยกว่ากัน ศาลมีอำนาจกำหนดให้เฉลี่ยความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายฝ่ายละเท่า ๆ กันได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาและเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ ๑ สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๓

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นกรมในรัฐบาลเป็นเจ้าของรถยนต์คันที่เสียหาย โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ เป็นข้าราชการสังกัดกรมโจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๔ เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ให้จำเลยที่ ๓ วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ขับรถยนต์โดยประมาทชนรถยนต์ของโจทก์ที่ ๑ โดยมีโจทก์ที่ ๓ เป็นผู้ขับขี่ เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ที่ ๑ เสียหายและโจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ ได้รับบาดเจ็บขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้องเหตุที่เกิดรถชนกันเกิดจากโจทก์ที่ ๓ ขับรถยนต์โดยประมาท โจทก์ทั้งสามเรียกค่าเสียหายสูงเกินไป ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๔ ไม่ใช่ลูกจ้างและปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๓ เหตุที่เกิดรถยนต์ชนกันเพราะความประมาทของโจทก์ที่ ๓ โจทก์ทั้งสามเรียกค่าเสียหายมาสูงเกินไป ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน๙๓,๙๗๘ บาท ให้แก่โจทก์ที่ ๓ เป็นเงิน ๑,๒๕๖ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๔๖,๙๘๙ บาท และให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒เป็นเงิน ๔๖,๙๘๙ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ต่างประมาทไม่น้อยกว่ากันและวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์ที่ ๒ เป็นข้าราชการมีสิทธิเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลเพราะความป่วยเจ็บได้โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่ารักษาพยาบาลจากจำเลยที่ ๑ เต็มจำนวน และการที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยที่ ๑ ที่ขอให้ส่งประเด็นไปสืบที่ศาลจังหวัดนครปฐมเป็นการไม่ชอบนั้น

เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสี่ต้องรับผิดในผลของการกระทำละเมิดแล้วก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เต็มจำนวน ส่วนที่โจทก์จะมีสิทธิเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่นั้นเป็นสิทธิเฉพาะตัวของโจทก์ จำเลยจะนำมาหักความรับผิดของตนหาได้ไม่ ส่วนที่ศาลล่างสั่งงดสืบพยานจำเลยที่ ๑ นั้น ก็เพราะจำเลยที่ ๑ ได้ขอเลื่อนคดีมาเรื่อยเป็นเวลา ๑ ปีเศษ จึงนำพยานเข้าสืบได้ปากเดียว จึงสั่งงดเพราะเห็นว่าเป็นการประวิงคดี คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานนั้นเห็นว่าเป็นดุลพินิจที่ชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต่อไปตามที่โจทก์ที่ ๑ ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ให้เฉลี่ยความรับผิดของจำเลยทั้งสี่โดยให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท และให้จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท เป็นการไม่ชอบนั้น

เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่อาจแบ่งแยกผลของการละเมิดว่าจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ ฝ่ายใดประมาทมากน้อยกว่ากัน จึงกำหนดให้เฉลี่ยความรับผิดฝ่ายละเท่ากันนั้นเห็นว่าชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายจรัญ หัตถกรรม
ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 459)

เมื่อจำเลยต้องรับผิดในผลของการกระทำละเมิดแล้วก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เต็มจำนวนแม้โจทก์จะมีสิทธิเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้ก็เป็นสิทธิเฉพาะตัวของโจทก์จำเลยจะนำมาหักความรับผิดของตนห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5245/2558

โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมีสิทธิได้รับค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายเพราะเหตุละเมิด ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2556 หน้าที่ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5042/2552

คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในฐานะนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ 1 มิใช่ฟ้องให้รับผิดในฐานะผู้ประกอบการขนส่ง การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเรื่องความรับผิดของผู้ประกอบการขนส่งตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2551

อำนาจฟ้องในคดีนี้เป็นของโจทก์ซึ่งเกิดจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างในทางการที่จ้างหรือตัวแทนของจำเลย แต่เนื่องจากโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสกายพิการและสมองได้รับการกระทบกระเทือนจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5129/2546

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษา ได้สั่งให้นักเรียนชั้น ม.1 วิ่งรอบสนามระยะทาง 200 เมตร ต่อ 1 รอบ จำนวน 3 รอบ เป็นการอบอุ่นร่างกายก่อนการเรียนวิชาพลศึกษาในภาคปฏิบัติ และได้สั่งให้นักเรียนวิ่งร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้