Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 103994)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ลากิจและลาป่วยเกิน 45 วันต่อปี ติดต่อกัน 2 ปี โดยได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาโดยชอบ ไม่ถือเป็นความผิดและไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย หนังสือทัณฑ์บนมีข้อความเพียงบอกกล่าวให้โจทก์ทราบล่วงหน้าว่า ถ้าถูกงดขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง 2 ปีติดต่อกันอาจถูกเลิกจ้างได้ ถือไม่ได้ว่าเป็นหนังสือตักเตือน โจทก์ถูกเลิกจ้างฐานหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่การงานไม่เข้าข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3) จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างประจำโดยอ้างเหตุหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จ และค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองด้วยเหตุหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ โดยลากิจและลาป่วยเกิน ๔๕ วันต่อปี เป็นเวลา ๒ ปี ติดต่อกัน และผิดทัณฑ์บนที่ให้ไว้แก่จำเลยเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย การที่โจทก์แสดงเจตนาขอรับเงินบำเหน็จแล้วไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยอีก เพราะตามข้อบังคับของจำเลยถือว่าเงินบำเหน็จเป็นค่าชดเชย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าชดเชยว่าตามข้อบังคับองค์การทอผ้าว่าด้วยการพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๓ ข้อ ๒๑ (๔)กำหนดให้เลิกจ้างพนักงานที่หย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่การงานข้อ ๓๐ กำหนดให้พนักงานต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบและแบบธรรมเนียมขององค์การ ส่วนข้อ ๓๑ กำหนดให้พนักงานต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่กิจการขององค์การ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงานมิได้ ตามข้อบังคับของจำเลยดังกล่าวย่อมเห็นได้ว่า การที่โจทก์ทั้งสองลากิจและลาป่วยเกิน ๔๕ วันต่อปี ติดต่อกัน ๒ ปีนั้น มิใช่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยแต่อย่างใด ส่วนหนังสือทัณฑ์บนตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๑ เป็นเพียงการบอกกล่าวให้โจทก์ทั้งสองทราบล่วงหน้าว่า

หากโจทก์ทั้งสองถูกงดขึ้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง ๒ ปี ติดต่อกันอาจจะถูกเลิกจ้างได้ กรณียังถือไม่ได้ว่าหนังสือทัณฑ์บนดังกล่าวเป็นหนังสือตักเตือนตามความหมายแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานเพราะการลากิจและลาป่วยของโจทก์ทั้งสองดังกล่าวซึ่งได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาโดยชอบแล้ว ไม่อาจถือได้ว่าเป็นความผิด การที่โจทก์ทั้งสองถูกเลิกจ้างฐานหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่การงาน ซึ่งตามข้อบังคับของจำเลยให้อำนาจผู้อำนวยการของจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองได้ แต่การเลิกจ้างในกรณีเช่นนี้ไม่เข้าข้อยกเว้นตามข้อ ๔๗ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสอง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำนง นิยมวิภาต · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายเสรี ชุณหถนอมศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2257/2543

ประกาศของจำเลยที่ห้ามพนักงานของโรงแรมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยไปขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนอกเวลาทำงานตามปกติ ได้ระบุถึงเขตพื้นที่ที่ห้ามไว้โดยเฉพาะคือบริเวณโรงแรมของจำเลยเท่านั้น จึงเป็นอำนาจของจำเลยที่จะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้