Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104476)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีสองสำนวนซึ่งรวมพิจารณาเข้าด้วยกัน สำนวนแรกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นรับไว้โดยมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยสำนวนที่สองศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องซึ่งตรงกันข้ามกับที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไว้ จึงมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง บิดาเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนบุตรซึ่งถึงแก่ความตายว่าจำเลยขับรถยนต์โดยประมาท ทำให้บุตรโจทก์และบุคคลอื่นถึงแก่ความตายเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เหตุเกิดรถชนกันเพราะผู้ตายซึ่งเป็นบุตรโจทก์มีส่วนกระทำการโดยประมาทผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์ซึ่งเป็นบิดาผู้บุพการีย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา5 จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาเข้าด้วยกัน สำนวนแรกพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายสุรพล โคตะ ซึ่งตายไปแล้วต่างขับรถยนต์โดยประมาททำให้รถเฉี่ยวชนกันเป็นเหตุให้มีคนตายและบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑, ๓๙๐, ๙๑, ๘๓ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓,๗๘, ๑๕๗, ๑๖๐, ๑๖๒ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ และเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นผู้ขับรถของจำเลยด้วยสำนวนที่สองนายหย่อม โคตะ ซึ่งเป็นบิดาของนายสุรพลโคตะ ผู้เสียหายซึ่งถึงแก่ความตายเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยว่าขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้นายสุรพล โคตะ และบุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าจำเลยและนายสุรพล โคตะ ผู้ตายกระทำผิดโดยประมาททั้งสองฝ่าย โจทก์สำนวนที่สองจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษาว่าสำหรับสำนวนแรกจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๙๐ และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๘ (ที่ถูกเป็นมาตรา ๗๘), ๑๖๐ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาลงโทษบทหนักตามมาตรา ๒๙๑ ให้จำคุกมีกำหนด ๓ ปี ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกลงโทษจำคุก ๓ เดือน คำขออื่นให้ยกสำหรับสำนวนที่สองให้ยกฟ้อง โจทก์สำนวนที่สองและจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์สำนวนที่สองมีอำนาจฟ้องนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับสำนวนแรกคือคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๒/๒๕๒๔ หมายเลขแดงที่ ๑๙๔๓/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๓ ปี ๓ เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นรับไว้โดยมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ สำหรับสำนวนที่สองคือคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๙๙/๒๕๒๔ หมายเลขแดงที่ ๑๙๔๔/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง ซึ่งตรงกันข้ามกับที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไว้ จึงมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและทำให้คดีหลังนี้ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในปัญหาว่าโจทก์ในสำนวนที่สองมีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่าการที่นายสุรพล ผู้ตายขับรถยนต์เก๋งมาชิดหรือเกือบชิดเส้นประกึ่งกลางถนนทั้งที่อาจขับหลีกไปทางซ้ายมือได้ เพราะยังมีผิวจราจรว่างอยู่กว้างประมาณ๒ เมตร และนายสุรพลผู้ตายย่อมจะต้องมองเห็นแล้วว่า

มีรถยนต์โดยสารแล่นสวนทางมาแต่ไกลเพราะมีแสงไฟหน้ารถยนต์โดยสารและทางข้างหน้าเป็นทางตรงโดยวิสัยของนายสุรพลผู้ตายในภาวะเช่นนั้นควรจักต้องขับรถด้วยความระมัดระวังโดยชะลอความเร็วและหลบหลีกให้ห่างจากเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนในระยะที่ปลอดภัยซึ่งนายสุรพลผู้ตายอาจกระทำได้ แต่หาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่ กลับขับรถโดยไม่ชะลอความเร็วและขับชิดหรือเกือบชิดเส้นประกึ่งกลางถนนจนเป็นเหตุให้รถชนกัน นายสุรพลผู้ตายย่อมมีส่วนกระทำการโดยประมาทจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์ซึ่งเป็นบิดาผู้บุพพการีย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕ จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำนวนที่สอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายสุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 25577)

คดีสองสำนวนซึ่งรวมพิจารณาเข้าด้วยกัน สำนวนแรกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 324/2568

เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4536/2565

ความผิดฐานกระทำอนาจาร พยายามกระทำชำเรา และกระทำชำเรา ผู้เสียหายเท่านั้นเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดดังกล่าว มารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2563

ขณะ จ. อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย จ. คบหาฉันชู้สาวกับผู้ตายจนเป็นสาเหตุให้จำเลยหึงหวงและทะเลาะกัน แล้วแยกกันอยู่กับ จ. ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันอีก วันเกิดเหตุเมื่อผู้ตายเห็นรถจำเลยจอดอยู่ จึงขับร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้