Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.รัษฎากร มาตรา 42 ทวิ เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ผู้มีเงินได้พึงประเมินในการหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) โดยมิได้กำหนดหลักเกณฑ์บังคับว่าต้องหักค่าใช้จ่ายอย่างไร โจทก์ที่ 2 จึงมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (1) เพียงอนุมาตราเดียว เป็นเงิน 60,000 บาท โดยไม่จำต้องเฉลี่ยค่าใช้จ่าย การหักค่าใช้จ่ายต้องถือเอาเงินได้ของโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของเงินได้ตามมาตรา 40 (1) และ (2) เป็นหลัก เมื่อโจทก์ที่ 2 ใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (1) เต็มจำนวน 60,000 บาทแล้ว โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นสามีจึงไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ของโจทก์ที่ 2 อีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 40 ป.รัษฎากร มาตรา 42 ป.รัษฎากร มาตรา 57

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เลขที่ 1005300/1/109912 และ 1005300/1/109913 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เลขที่ สภ.1 (อธ.3)/46/2546 และ สภ.1 (อธ.3)/47/2546 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2546 (ที่ถูกลงวันที่ 30 เมษายน 2546)

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ 1005300/1/109912 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เลขที่ สภ.1 (อธ.3)46/2546 ลงวันที่ 30 เมษายน 2546 และให้แก้ไขการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เลขที่ 1005300/1/109913 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เลขที่ สภ.1 (อธ.3)/47/2546 ลงวันที่ 30 เมษายน 2546 โดยให้เจ้าพนักงานประเมินนำค่าใช้จ่ายจำนวน 44,854.80 บาท ไปหักออกจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และคำนวณภาษีใหม่แล้วแก้ไขการประเมินตามผลของการคำนวณ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยให้เป็นพับ โจทก์ที่ 2 และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 และจำเลยในประการแรกว่าโจทก์ที่ 2 มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) จำนวน 60,000 บาท หรือไม่ เห็นว่า แม้ประมวลรัษฎากร มาตรา 57 เบญจ กำหนดให้สิทธิแก่โจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นภริยาที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ไม่ว่าจะมีเงินได้พึงประเมินอื่นด้วยหรือไม่ สามารถแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีเฉพาะส่วนที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) โดยมิให้ถือว่าเป็นเงินได้ของโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นสามีก็ตาม แต่การหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ของโจทก์ที่ 2 ก็ยังคงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา 42 ทวิ วรรคสอง ที่ให้ต่างฝ่ายต่างหักค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ของมาตรา 42 ทวิ วรรคแรก ซึ่งหมายความว่าค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ที่แท้จริงของแต่ละฝ่ายสามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 40 แต่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายตามอนุมาตรา (1) และ (2) แล้วต้องไม่เกิน 60,000 บาท

นอกจากนี้มาตรา 42 ทวิ เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ผู้มีเงินได้พึงประเมินที่จะได้รับประโยชน์ในการหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้ของตนทั้งที่เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) และเงินได้ตามมาตรา 40 (2) โดยมิได้กำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดเป็นการบังคับว่าต้องหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินประเภทใด ในสัดส่วนเท่าใด หรือต้องถัวเฉลี่ยกันอย่างไร ซึ่งกฎหมายเปิดช่องเพื่อประโยชน์ในการบรรเทาภาระภาษีโดยมอบอำนาจในการตัดสินใจให้แก่ผู้มีเงินได้พึงประเมินทั้งสองประเภทว่าจะเลือกหักค่าใช้จ่ายในเงินได้ประเภทใด อย่างไรก็ได้ ดังนั้น โจทก์ที่ 2 จึงมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) เพียงอนุมาตราเดียวเป็นเงิน 60,000 บาท ได้โดยไม่จำต้องเฉลี่ยค่าใช้จ่าย อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า โจทก์ที่ 1 มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) จำนวน 15,145.20 บาท หรือไม่ เห็นว่า เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) ของโจทก์ที่ 2 ซึ่งต้องนำไปยื่นรวมเป็นเงินได้พึงประเมินของโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นสามีนั้น การหักค่าใช้จ่ายตามความในบทบัญญัตินี้ต้องถือเอาเงินได้ของโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) เป็นหลักในการหักค่าใช้จ่าย เมื่อโจทก์ที่ 1 ไม่ใช่เจ้าของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) แต่เนื่องจากโจทก์ที่ 1 เป็นสามีจึงต้องนำเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) ของโจทก์ที่ 2 มาถือเป็นเงินได้ของตนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 57 ตรี

ก็เพื่อประโยชน์ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของสามีภริยาเท่านั้น ดังนั้น เมื่อโจทก์ที่ 2 ใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) เต็มจำนวน 60,000 บาทแล้ว โจทก์ที่ 1 จึงไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) ของโจทก์ที่ 2 อีก มิฉะนั้นแล้วจะเป็นการใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โจทก์ที่ 1 จึงไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) ของโจทก์ที่ 2 เป็นเงินจำนวน 15,145.20 บาทอีก ส่วนที่เจ้าพนักงานของจำเลยคำนวณหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) ของโจทก์ที่ 2 โดยให้โจทก์ที่ 1 หักค่าใช้จ่ายได้เป็นเงิน 2,587.85 บาท อันเป็นการหักค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นั้น เมื่อจำเลยมิได้ให้การถึงสิทธิดังกล่าว ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรจึงไม่อาจบังคับให้ได้ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เลขที่ 1005300/1/109913 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ สภ.1 (อธ.3)/47/2546 ลงวันที่ 30 เมษายน 2546 แต่ไม่เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เลขที่ 1005300/1/109912 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ สภ.1 (อธ.3)/46/2546 ลงวันที่ 30 เมษายน 2546 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาลี ทัพภวิมล · ทองหล่อ โฉมงาม · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสรายุทธ์ วุฒยาภรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6220/2549

ป.รัษฎากรฯ มาตรา 42 ทวิ เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้มีเงินได้พึงประเมินที่จะได้รับประโยชน์ในการหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้ของตน ทั้งที่เป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง ตามมาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2561

ป.รัษฎากร มาตรา 57 ฉ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง เว้นแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7535/2554

ทางราชการจ่ายเงินค่าพาหนะเหมาจ่ายเป็นรายเดือนเท่ากันทุกเดือนแก่เฉพาะข้าราชการระดับสูงที่มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่ง ถือเป็นเงินที่โจทก์ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการทำงานนอกเหนือไปจากเงินเดือนและเงินปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2554

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระบุปีภาษี รายละเอียดแสดงการคำนวณภาษี ภาษีที่ต้องชำระ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทั้งแสดงเหตุผลที่ประเมินไว้ท้ายหนังสือดังกล่าว สำหรับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2546

น. เป็นผู้ซื้อที่ดินมาคนเดียว ต่อมา น. ตกลงให้ ช. ม. และ ว. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมโดยได้รับค่าตอบแทน ต้องถือว่าเป็นการขายตามความในมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร น. จึงเป็นผู้มีเงินได้จากการขายอสังหาริมทร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้