Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10454/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ ส. นำคดีมาฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่ง 4 คดี และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาคดีทั้งหมดเข้าด้วยกัน แม้ ส. แถลงต่อศาลชั้นต้นว่า กระทำในฐานะทายาทเจ้ามรดก และกระทำแทนทายาทอื่นของเจ้ามรดกในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 851 แต่เมื่อไม่ปรากฏหลักฐานเป็นหนังสือว่า ส. ได้รับแต่งตั้งจากทายาทอื่นและโจทก์ให้เป็นผู้กระทำการแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 798 สัญญาประนีประนอมยอมความที่ ส. ทำกับจำเลยซึ่งมีการตกลงแบ่งที่ดินทรัพย์มรดกรวมทั้งที่ดินพิพาทจึงไม่ผูกพันโจทก์ แม้การตกลงระหว่างบุคคลทั้งสองจะมีข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 374 และโจทก์เข้าถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว แต่ก็ไม่มีบทกฎหมายใดห้ามมิให้โจทก์ในฐานะทายาทของเจ้ามรดกใช้สิทธิฟ้องเรียกคืนทรัพย์มรดกจากผู้ที่ได้รับไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดที่ดินเลขที่ 5765 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื้อที่ 1 ไร่ 13.1 ตารางวา กลับเป็นทรัพย์มรดกของนางสาวบุญช่วย ให้จำเลยส่งต้นฉบับโฉนดที่ดินคืนโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่า นางสาวบุญช่วย เป็นบุตรของนายจินฮงกับนางพวง และมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันคือ นางกิ่น นายจ้อย นายเข่งหรือเบ่ง นางสาวบุญชุบ นางสาวลิ้นจี่ นายเบ่งกุ่ย และนางสาวบุญนำ โดยโจทก์เป็นบุตรของนางกิ่น วันที่ 31 สิงหาคม 2534 นางสาวบุญช่วยถึงแก่ความตาย มีทรัพย์มรดกคือที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 5765 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื้อที่ 10 ไร่ 1 งาน 31 ตารางวา จากนั้นนางสาวบุญชุบ นางสาวลิ้นจี่ นางสาวบุญนำ โจทก์และจำเลยจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินของนางสาวบุญช่วยแปลงดังกล่าว ต่อมาวันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 นางสาวบุญชุบถึงแก่ความตาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวบุญชุบ ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 816/2550 ต่อมานายสมพงษ์ บุตรของนายเข่งยื่นคำร้องขอให้ถอดถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวบุญชุบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งนายสมพงษ์เป็นผู้จัดการมรดกแทน คดีถึงที่สุดแล้ว นอกจากนี้นายสมพงษ์ยังได้ฟ้องจำเลยเพื่อเพิกถอนนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของนางสาวลิ้นจี่ นางสาวบุญชุบ นางสาวบุญช่วยและนางสาวบุญนำ แล้วต่อมานายสมพงษ์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1102/2553

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างนายสมพงษ์กับจำเลยเกี่ยวกับที่ดินพิพาทตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1102/2553 มีผลผูกพันโจทก์หรือไม่ เห็นว่า การที่นายสมพงษ์นำคดีมาฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งรวม 4 คดี และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาคดีทั้งหมดเข้าด้วยกันตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1102/2553 แม้นายสมพงษ์แถลงต่อศาลชั้นต้นว่า กระทำในฐานะทายาทเจ้ามรดก และกระทำแทนทายาทอื่นของเจ้ามรดกในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย แต่ปรากฏว่านายสมพงษ์มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือการแต่งตั้งจากทายาทให้เป็นผู้กระทำการแทน เนื่องจากในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851 บัญญัติว่า

"อันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่" อันเป็นการแสดงว่าหากมีการตั้งตัวแทนให้ไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ก็ย่อมจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 วรรคสอง ดังนั้นเมื่อไม่ปรากฏหลักฐานเป็นหนังสือว่านายสมพงษ์ได้รับแต่งตั้งจากทายาทอื่น ๆ รวมทั้งโจทก์ด้วย สัญญาประนีประนอมยอมความที่นายสมพงษ์ทำกับจำเลยซึ่งมีการตกลงแบ่งที่ดินทรัพย์มรดกรวมทั้งที่ดินพิพาทจึงไม่ผูกพันโจทก์ แม้การตกลงระหว่างบุคคลทั้งสองจะมีข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 และโจทก์เข้าถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว แต่ก็ไม่มีบทกฎหมายใดห้ามมิให้โจทก์ในฐานะทายาทของเจ้ามรดกใช้สิทธิฟ้องเรียกคืนทรัพย์มรดกจากผู้ที่รับไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้การที่โจทก์ฟ้องจำเลยก็โดยอ้างฐานะความเป็นทายาทของนางสาวบุญช่วยเจ้าของที่ดินพิพาทเพื่อติดตามเอาที่ดินพิพาทคืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิและมิใช่ทายาท ซึ่งมีประเด็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนางสาวบุญช่วยหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิติดตามเอาที่ดินพิพาทคืนมาเป็นทรัพย์มรดกของนางสาวบุญช่วยหรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยโดยยังไม่ได้ฟังข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความก่อนจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น และเนื่องจากคดียังไม่ได้มีการสืบพยาน จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 247

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสุรเกียรติ กุลดำรงค์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุนันท์ เลขบวรวงค์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.375/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ770/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1358/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2557

ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 80 - 5273 ชุมพร รับจ้างบรรทุกสินค้าอันเป็นการประกอบการขนส่งในนามของจำเลยที่ 2 จึงต้องถือว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในการขับรถยนต์บรรทุก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2538

จำเลยและว.ต่างขับรถยนต์โดยประมาทและต่างถูกร้อยตำรวจโทอ.พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับการที่ร้อยตำรวจโทอ.เปรียบเทียบปรับจำเลยและว. และค่าเสียหายของรถยนต์ทั้งสองคันได้มีการตกลงกันให้ต่างคนต่างซ่อมโดยขณะนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2478/2526

จำเลยที่ 1 ลูกจ้างจำเลยที่ 2 ขับรถไปชนรถยนต์ของโจทก์เสียหาย ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับตัวแทนโจทก์ ระบุว่าจำเลยที่ 1 ยอมใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ไม่ปรากฏมีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงการตั้งจำเลยที่ 1 เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2285/2525

จำเลยอุทธรณ์ว่าบันทึกที่ ส. ทำขึ้นไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ เพราะคู่กรณีมิได้ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายและไม่มีข้อความแสดงว่าระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ส. ทำบันทึกดังกล่าวในฐ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2524

บันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์กับ ป. มีลักษณะเป็นหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย เมื่อ ป.ไม่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากจำเลยให้ทำหนังสือประนีประนอมยอมความ จึงถือไม่ได้ว่า ป. กระทำการแทนจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้