คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันปลอมหนังสือสำคัญในราชการ คือ ช. จำเลยแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าตนชื่อ ส.เจ้าของโค แลได้ลงลายมือปลอมชื่อ ส.ลงในตั๋วพิมพ์รูปพรรณ์โดยของ ส. เพื่อโอนขายให้แก่ผู้มีชื่อ โดย ล.จำเลยเป็นผู้ใช้ให้ ช. กระทำซึ่งอาจเกิดเสียหายแก่รัฐบาลแล ส.ได้ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๒๒-๒๒๕-๖๓-๖๔
จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๒๕-๖๓ ให้จำคุกคนละ ๓ ปี ลดโทษฐานปราณีกึ่งหนึ่ง คงเหลือ ๑๘ เดือน จำเลยฎีกาว่า (๑) การที่จำเลยปลอมหนังสือไม่ทำให้ ส.เกิดเสียหาย (๒) หากจำเลยจะมีผิดก็ต้องด้วยมาตรา ๒๒๓ ดังศาลเดิมเคยตัดสินลงโทษจำเลยอื่น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าตามฎีกาข้อ ๑. ศาลล่างได้ชี้ขาดมาว่าการปลอมหนังสือที่จำเลยกระทำอาจจะเกิดเสียหายแก่รัฐบาลแล ส. ได้ซึ่งจำเลยมิได้คัดค้านความข้อนี้ การกระทำของจำเลยจึงต้องด้วยความผิดฐานปลอมหนังสือ แม้ ส.ไม่ได้รับความเสียหายดังจำเลยฎีกา ก็ไม่ทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ ส่วนฎีกาข้อ ๒ เห็นว่าจำเลยมิได้อธิบายข้อกฎหมายประการใด ไม่เรียกว่าฎีกาชี้แจงในข้อกฎหมายจะรับวินิจฉัยไม่ได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์