Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยใช้ เงินตาม สัญญาซื้อขาย จำเลยฎีกาอ้างว่าโจทก์ไม่ได้รับความยินยอมจากสามีจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้นเมื่อจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ เป็นประเด็นในคำให้การไว้ จึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 294 แม้ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่ ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรที่จะได้ รับการวินิจฉัย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ซื้อสร้อยเพชรราคา 33,557 บาท และแหวนเพชรราคา 42,624 บาท ไปจากโจทก์ โดยตกลงว่าจะชำระราคาในวันที่ 15 ธันวาคม 2525 แต่ไม่ชำระ ขอให้จำเลยชำระเงิน97,492 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า แหวนเพชรที่โจทก์ฟ้องนั้นนางสาววัชรี ถีระรักษ์เป็นผู้รับมอบไปจากโจทก์ ไม่เกี่ยวกับจำเลย หนังสือแสดงการรับแหวนเพชรกับสร้อยเพชรและว่าจะชำระเงิน 86,171 บาท ในวันที่ 15ธันวาคม 2525 นั้น จำเลยทำขึ้นเพื่ออำพรางการที่นางสาววัชรีรับแหวนเพชรไปเมื่อต้นปี 2526 โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระเงินค่าสร้อยเพชรและแหวนเพชรที่โจทก์ฟ้อง จำเลยได้มอบเช็ค 3 ฉบับรวมเป็นเงิน 126,000 บาท ให้แก่โจทก์ และโจทก์ได้รับเงินตามเช็คทั้งสามฉบับนั้นไปแล้วจำเลยขอให้หมายเรียกนางสาววัชรี

ถีระรักษ์ เข้าเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยร่วมให้การว่า จำเลยร่วมไม่ได้ซื้อแหวนเพชรกับสร้อยเพชรและไม่เคยได้รับมอบทรัพย์สองสิ่งนี้จากโจทก์ ข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่เกี่ยวถึงตัวจำเลยร่วมเป็นความเท็จศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 86,181 บาท ให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย ส่วนคดีที่เกี่ยวกับจำเลยร่วมให้ยกฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 65,466 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

จำเลยฎีกาเป็นประการแรกว่าโจทก์เป็นหญิงมีสามีไม่ได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องคดี แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้แต่จำเลยก็ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ได้ เนื่องจากเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงขอให้ศาลฎีกาจำหน่ายคดีของโจทก์นั้น เห็นว่าเมื่อจำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่ได้รับความยินยอมจากสามีจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นในคำให้การไว้ จึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 แม้ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่ศาลฎีกาก็เห็นว่าไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรที่จะได้รับการวินิจฉัย...

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยซื้อแหวนเพชรและสร้อยเพชรไปจากโจทก์เท่านั้น โจทก์จึงนำเงินจำนวน36,000 บาท ไปหักราคาจี้เพชรไม่ได้ เพราะเป็นมูลหนี้ที่โจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกร้องมา คงหักได้จากราคาแหวนเพชรและสร้อยเพชรที่จำเลยยังค้างชำระราคาอยู่เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 65,466 บาทให้โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 50,171 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 28กันยายน 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 643651)

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับผิดเป็นการส่วนตัวในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13602/2558

โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่หรือไม่ และศาลชั้นต้นมีอำนาจรับและไต่สวนคำขอพิจารณาคดีใหม่หรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ แล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ เพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้