คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ ๓ เป็นผู้จัดการจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อแร่ ต้องเก็บแร่ไว้ในสถานซื้อแร่ของจำเลยจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๓ ได้ทำให้แร่ดีบุกและแร่วุลแฟรมขาดหายไปจากบัญชีแสดงแร่คงเหลือของจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ ที่แก้ไขแล้ว มาตรา ๑๐, ๑๗, ๑๕๒ ตรี
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษปรับ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๕๒ ตรีแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๕ มีใจความว่าในกรณีที่ปรากฏว่าแร่ขาดหายไปจากบัญชีแสดงแร่คงเหลือของผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่โดยไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า การขาดหายของแร่นั้นมิได้เกิดจากความผิดของตน ผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่ต้องระวางโทษ ฯลฯ และตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ กำหนดให้ผู้รับใบอนุญตซื้อแร่ต้องเก็บแร่ไว้ในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตซื้อแร่ หรือในสถานที่เก็บแร่ที่ตนได้รับอนุญาตแสดงว่าผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่จะต้องเก็บแร่ที่ซื้อไว้ ณ สถานที่ซึ่งระบุไว้เท่านั้น จะนำแร่ไปเก็บนอกสถานที่ดังกล่าวไม่ได้
การขนย้ายจะกระทำได้ก็ต้องขออนุญาตตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๘ และการขนแร่จากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ละคราวต้องขนได้ตามปริมาณที่กำหนดในใบอนุญาตเท่านั้น จะเห็นได้ว่าตามพระราชบัญญัตินี้มุ่งหมายที่จะควบคุมทั้งจำนวนแร่ และสถานที่เก็บแร่ กล่าวคือ ให้เก็บได้เฉพาะสถานที่ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น ถ้าจะขนย้ายก็ต้องได้รับอนุญาตทั้งการขนแต่ละครั้งต้องขนตามปริมาณที่กำหนดในใบอนุญาต ดังนั้นการที่จำเลยทั้งสามต้องการขนแร่ออกนอกสถานที่เก็บแร่ตามใบอนุญาตก็ต้องขออนุญาต แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสามได้ขออนุญาต การขนแร่ดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ ในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบทำแร่ฯ
ตรวจพบว่าที่ร้านของจำเลยทั้งสามไม่มีแร่อยู่ตามบัญชีแสดงแร่คงเหลือ จำเลยทั้งสามอ้างว่านำแร่ไปแต่งและฝากที่นอกร้านรับซื้อแร่เป็นเหตุให้แร่ขาดบัญชีไป เมื่อการนำแร่ออกจากสถานที่ซื้อแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตขนแร่ เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยทั้งสามจะอ้างเหตุดังกล่าวเป็นการพิสูจน์ว่าการที่แร่ขาดบัญชีมิใช่ความผิดของจำเลยหาได้ไม่การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดตามโจทก์ฟ้อง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน