Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104993)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้เพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาเมื่อจำเลยค้างชำระค่าภาษีอากรอันเป็นภาษีอากรค้าง กรมสรรพากรจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลแรงงานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ซึ่งเป็นบทบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพาะในชั้นบังคับคดี กรณีไม่อาจถือว่าเป็นคดีพิพาทอันเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติจักตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ที่จะต้องให้กรมสรรพากรไปดำเนินคดีที่ศาลภาษีอากรก่อน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 7 ป.วิ.พ. มาตรา 290 ป.วิ.พ. มาตรา 302 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7

คำฟ้องและคำให้การ

มูลคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้ศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยบังคับคดีตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ ระหว่างประกาศขายทอดตลาดกรมสรรพากร

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าจำเลยเป็นหนี้ที่จะต้องชำระค่าภาษีอากร เงินเพิ่มและดอกเบี้ยปรับตามจำนวนในคำร้องให้แก่ผู้ร้อง จึงขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินจากการขายทอดคลาดทรัพย์ดังกล่าว จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้านว่า จำเลยไม่เคยติดค้างค่าภาษีอากร ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนีค่าภาษีอากรโดยชัดแจ้งตามมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ จึงให้คู่กรณีไปว่ากล่าวกันให้เสร็จสิ้นที่ศาลภาษีอากรซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปโดยให้งดการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีที่ศาลภาษีอากรจะถึงที่สุด

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัยพ์จากการขายทอดตลาดซึ่งเป็นเรื่องชั้นบังคับคดีและเป็นจำนวนหนี้ที่ผู้ร้องได้ประเมินตามประมวลรัษฎากรโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ต่อมาจำเลยได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินของผู้ร้อง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยเนื่องจากต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๑, ๘๗ (๓) ประกอบกับมาตรา ๘๘ แห่งประมวลรัษฎากร จำเลยไม่อาจโต้แย้งจำนวนภาษีค้างได้อีกจึงมิใช่กรณีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิเรียกร้องของรัฐซึ่งจะต้องดำเนินการในศาลภาษีอากรตามคำสั่งของศาลแรงงานกลาง และจำเลยได้ร้องคัดค้านว่าจำเลยไม่ได้เป็นหนี้ผู้ร้องตามที่ยื่นขอเฉลี่ยเพราะจำเลยได้จ่ายเงินค่าภาษีให้แก่ผู้ร้องครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ซึ่งมีความหมายว่าจำเลยรับว่าจำเลยเป็นหนี้ภาษีตามคำร้องของผู้ร้อง แต่จำเลยอ้างข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ว่าได้ชำระครบถ้วนแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเรียกเก็บจากจำเลยเพิ่มได้อีก

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรมสรรพากรผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ โดยอ้างว่า จำเลยค้างชำระค่าภาษีอากรซึ่งถือได้ว่าเป็นภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒ และในกรณีเช่นนี้โดยปกติอธิบดีกรมสรรพากรย่อมมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรได้ทั่วราชอาณาจักรโดยมิต้องขอให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่งและในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมีอำนาจเช่นเดียวกับอธิบดีกรมสรรพากรในเขตท้องที่จังหวัดหรืออำเภอนั้น อำนาจตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นอำนาจที่อธิบดีกรมสรรพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอสามารถดำเนินการไปได้โดยไม่ต้องขออำนาจจากศาล

กรณีตามคดีนี้ ศาลแรงงานกลางได้ยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้เพื่อบังคับตามคำพิพากษาแล้วและกรมสรรพากรผู้ร้องอ้างว่าจำเลยค้างชำระค่าภาษีอากรอันเป็นอากรค้างกรมสรรพากรผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลแรงงานกลางซึ่งเป็นศาลที่ออกหมายบังคับให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ ซึ่งเป็นบทบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพาะในชั้นบังคับคดี กรณีไม่อาจถือได้ว่าเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรตามมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ ที่จะต้องให้กรมสรรพากรผู้ร้องไปดำเนินคดีที่ศาลภาษีอากรก่อนตามความเห็นของศาลแรงงานกลาง และชอบที่ศาลแรงงานกลางจัดต้องทำการไต่สวนคำร้องของกรมสรรพากรผู้ร้องต่อไป อุทธรณ์ของกรมสรรพากรผู้ร้องฟังขั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางทำการไต่สวนคำร้องของกรมสรรพากรผู้ร้องและของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26781)

ศาลแรงงานยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้เพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาเมื่อจำเลยค้างชำระค่าภาษีอากรอันเป็นภาษีอากรค้าง กรมสรรพากรจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลแรงงานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2549

คำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เป็นคำร้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีอย่างหนึ่ง ซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) บัญญัติให้เสนอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีตามมาตรา 302 และตามบทบัญญัติมาตรา 302 วรรคหนึ่ง ศาลที่มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2559

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์โดยการนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ออกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยมิได้มีคำขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8689/2558

ตามคำร้องของผู้ร้องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของผู้ร้องโดยไม่ชอบเพราะผู้ร้องไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ ผู้ร้องและจำเลยที่ 1 มีชื่อและชื่อสกุลซ้ำกัน เจ้าพน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2551

การเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลที่มีอำนาจบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) ต้องเสนอต่อศาลในคดีเดิม มิใช่ยื่นคำฟ้องต่อศาลดังกล่าวเป็นคดีใหม่

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้