Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 43 ข้อ 1 ส่งตัวจำเลยซึ่งประพฤติตนเป็นอันธพาลไปยังสถานอบรมและฝึกอาชีพแล้ว ต่อไปก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศดัรงกล่าวข้อ 2 ที่จะต้องมีคำสั่งทุก ๆ สามเดือนว่า จะคงให้ควบคุมจำเลยไว้หรือปล่อยตัวไป การที่ควบคุมตัวจำเลยไว้เมื่อพ้นสามเดือนแล้ว โดยที่คณะกรรมการไม่ได้มีคำสั่ง จึงเป็นการควบคุมที่ไม่ชอบตามประกาศดังกล่าว จำเลยหลบหนีจึงไม่มีผิด หาใช่ว่าเมื่อไม่มีคำสั่งก็ให้ถือว่าควบคุมได้ตลอดไปไม่ เพราะหากตีความเช่นนั้นแล้ว ระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้คณะกรรมการมีคำสั่งทุก ๆ สามเดือนก็จะไร้ความหมาย ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16-17/2505

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยหลบหนีไปจากการควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งควบคุมจำเลยไว้ ณ สถานอบรมและฝึกอาชีพบุคคลอันธพาล ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด จำเลยรับสารภาพ ศาลแขวงสุรินทร์เห็นว่าจำเลยถูกควบคุมโดยไม่ชอบเมื่อจำเลยหลบหนีก็ไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายต่อมาว่า ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๔๓ ข้อ ๑ นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์มีอำนาจสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปยังสถานอบรมและฝึกอาชีพได้ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา จนกว่าคณะกรรมการซึ่งได้ตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๔๓ ข้อ ๒ จะได้พิจารณาและมีคำสั่ง ส่วนข้อที่ว่า บุคคลที่ถูกควบคุมนั้น บุคคลใดควรให้ควบคุมไว้ หรือให้ปล่อยตัวไปตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๔๓ ข้อ ๒ นั้น เป็นวิธีการภายในที่ให้อำนาจคณะกรรมการที่จะมีคำสั่ง ๓ เดือนต่อครั้ง และสั่งตามที่เห็นสมควร ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการผู้มีอำนาจสั่งเห็นว่ายังไม่ควรสั่งปล่อยหรือยังไม่มีคำสั่ง ย่อมถือได้ว่าเป็นการควบคุมโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ตลอดไป จนกว่าคณะกรรมการจะได้มีคำสั่งปล่อย เมื่อจำเลยหลบหนีในระหว่างถูกควบคุม ก็ต้องมีผิดตามฟ้อง

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงมีว่า หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ โดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๔๓ ข้อ ๑ ได้มีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปยังสถานอบรมและฝึกอาชีพแล้ว ไม่มีคำสั่งของผู้ใดหรือคณะกรรมการใด ๆ เกี่ยวกับการควบคุมตัวจำเลยไว้ต่อไปอีกเลย จำเลยจึงถูกควบคุมอยู่จนถึงวันหลบหนีรวมเวลา ๘ เดือนเศษ จึงมีปัญหาข้อกฎหมายว่า ขณะจำเลยหลบหนี จำเลยได้ถูกควบคุมอยู่โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่าตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๔๓ ข้อ ๑ นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์มีอำนาจสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปยังสถานอบรมและฝึกอาชีพได้ เมื่อจำเลยเข้าไปอยู่ในสถานอบรมฯ แล้ว จึงตกเป็นอำนาจของคณะกรรมการที่ได้จัดตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๔๓ ข้อ ๒ ที่จะพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุม

การอบรม การฝึกอาชีพและการปล่อยบุคคลที่ถูกควบคุม สำหรับการควบคุมและปล่อยนี้ วรรค ๒ ของข้อ ๒ แห่งประกาศคณะปฏิวัติฉบับนี้กำหนดให้คณะกรรมการพิจารณามีคำสั่งทุก ๆ สามเดือนว่า บุคคลที่ถูกควบคุมนั้น บุคคลใดควรให้ควบคุมไว้หรือให้ปล่อยตัวไป ทั้งนี้ หมายความว่า คณะกรรมการจะต้องพิจารณาและมีคำสั่งทุก ๆ สามเดือน ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาและมีคำสั่ง การควบคุมก็ดี ปล่อยตัวก็ดี ย่อมจะกระทำได้ก็โดยคำสั่งของคณะกรรมการเท่านั้น ฉะนั้น การที่ควบคุมตัวจำเลยไว้เมื่อพ้นสามเดือนแล้วโดยที่คณะกรรมการไม่ได้มีคำสั่งให้ควบคุมไว้ต่อไป จึงเป็นการควบคุมที่ไม่ชอบตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๔๓

ที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อคณะกรรมการยังไม่มีคำสั่งย่อมถือได้ว่าเป็นการควบคุมโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ตลอดไปจนกว่าคณะกรรมการจะมีคำสั่งปล่อยตัวไปนั้น เป็นการคำนึงถึงแต่การปล่อยตัวอย่างเดียวว่าจะต้องมีคำสั่งของคณะกรรมการ แต่การควบคุมต่อไปนั้นหาต้องมีคำสั่งไม่ ซึ่งย่อมเป็นการขัดต่อถ้อยคำที่เขียนไว้อย่างชัดเจนในข้อ ๒ นั้นว่าการควบคุมตัวต่อไปก็ดีหรือการปล่อยตัวไปก็ดี จะต้องมีคำสั่งของคณะกรรมการทั้งสองกรณี ไม่ใช่จะต้องมีคำสั่งเฉพาะการปล่อยตัวไปแต่กรณีเดียวเท่านั้นดังโจทก์ฎีกา และถ้าจะตีความว่า เมื่อไม่มีคำสั่งก็ถือว่าให้ควบคุมได้ตลอดไปแล้ว ระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้คณะกรรมการมีคำสั่งทุก ๆ สามเดือนย่อมจะไร้ความหมาย

อนึ่ง เมื่อพิเคราะห์ดูข้อ ๓ แห่งประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๔๓ แล้ว จะแลเห็นความมุ่งหมายของประกาศได้ว่าไม่ประสงค์จะให้คุมขังบุคคลไว้ได้ตลอดไปโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา ถ้อยคำในข้อ ๓ นี้กำหนดว่า ผู้อยู่ในสถานอบรมและฝึกอาชีพนี้ให้ถือว่าเป็นผู้อยู่ในระหว่างคุมขังตามอำนาจของพนักงานสอบสวนตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งการคุมขังตามอำนาจของพนักงานสอบสวนนั้น กฎหมายย่อมกำหนดระยะเวลาไว้เป็นระยะ ๆ พนักงานสอบสวนหามีอำนาจที่จะคุมขังบุคคลไว้โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาไม่ ทำนองเดียวกัน ผู้ที่ถูกควบคุมในสถานอบรมและฝึกอาชีพนี้ ก็ย่อมจะถูกควบคุมอยู่เป็นระยะเวลาคราวละสามเดือน เมื่อครบสามเดือนแล้วจะคงให้ควบคุมต่อไปหรือจะให้ปล่อยตัวไป ก็ย่อมเป็นอำนาจของคณะกรรมการที่จะต้องพิจารณาสั่ง เมื่อคณะกรรมการมิได้สั่ง การควบคุมในตอนหลังนี้จึงไม่ชอบด้วยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๔๓ ข้อ ๒ จำเลยหลบหนีการควบคุมไปในตอนหลังนี้จึงไม่มีความผิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล · สนิท สุมาวงศ์
ศาลล่าง
ศาลแขวงสุรินทร์ - นายปรีชา พานิชวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถวุฒิวรวาจก์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4265/2561

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขังผู้ต้องหาไว้ตามคำร้องของผู้ร้องมีกำหนด 12 วัน เพื่อสอบสวนดำเนินคดีผู้ต้องหาในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 116 ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2665/2559

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14837/2558

คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีคำวินิจฉัยให้ส่งตัวจำเลยเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด แบบไม่ควบคุมตัว ณ โปรแกรมของสำนักงานคุมประพฤติ เป็นเวลา 6 เดือน (180 วัน) ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4294/2550

การควบคุมตัวจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องขออำนาจศาลฝากขังจำเลยที่ 1 หากพนักงานสอบสวนมิได้ขอฝากขังต่อศาลภายในกำหนด เมื่อพ้นอำนาจการควบคุมตัวผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวนแล้ว พนักงานสอบสวน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4668/2541

ร้อยตำรวจเอกณ.ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำ หน้าที่ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดให้โทษ ย่อมมีอำนาจตรวจค้นจับกุมและควบคุม ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดได้ทั่วราช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้