Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 105246)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อการก่อสร้างอาคารในต่างจังหวัดเสร็จลง โจทก์ต้องเดินทางกลับมาประจำบริษัทจำเลยเพื่อรอฟังคำสั่งให้ไปควบคุมงานในโครงการอื่นต่อไประหว่างรองานที่บริษัทจำเลย โจทก์คงได้รับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเลี้ยงจึงเป็นเงินตอบแทนในการทำงานเฉพาะในเวลาที่โจทก์ออกไปปฏิบัติงานในต่างจังหวัดเท่านั้น มิใช่เงินที่จำเลยจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงานอันจะถือเป็นค่าจ้าง เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ระหว่างรองานอยู่ที่บริษัทจำเลย จึงไม่ต้องนำเบี้ยเลี้ยงมารวมคำนวณค่าชดเชยด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทำงานประจำสนาม โจทก์ได้รับค่าจ้างเป็นเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมันรถและค่าพาหนะเป็นประจำและมีจำนวนแน่นอนจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์โดยไม่นำเบี้ยเลี้ยงค่าน้ำมันและค่าพาหนะมารวมคำนวณด้วยจึงไม่ถูกต้อง ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยส่วนที่ขาดให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยจะจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้โจทก์เฉพาะวันที่โจทก์เดินทางไปทำงานต่างจังหวัดนอกเขตกรุงเทพ ฯ เท่านั้น ซึ่งเป็นการไม่แน่นอนเบี้ยเลี้ยงจึงไม่ใช่ค่าจ้าง ค่าน้ำมันและค่าพาหนะมิได้เป็นจำนวนแน่นอนเป็นไปตามที่โจทก์ใช้จ่ายจริง ไม่ใช่ค่าจ้างเช่นกัน โจทก์ได้รับค่าชดเชยถูกต้องแล้วขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เบี้ยเลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างต้องนำไปรวมคำนวณค่าชดเชยด้วย แต่ค่าน้ำมันและค่าพาหนะไม่ใช่ค่าจ้างพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชยในส่วนเบี้ยเลี้ยงที่ขาดให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสิบสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ได้ความว่าระหว่างที่โจทก์ทำงานอยู่ต่างจังหวัดจำเลยจ่ายเงินเดือน เบี้ยเลี้ยงและเงินอื่น ๆ ให้โจทก์ เมื่อการก่อสร้างอาคารในต่างจังหวัดซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์คนใดเสร็จ โจทก์คนนั้นต้องเดินทางมาประจำบริษัทจำเลย (อยู่ในกรุงเทพมหานคร) เพื่อรอฟังคำสั่งจากจำเลยให้ไปควบคุมการก่อสร้างในต่างจังหวัดตามโครงการอื่นต่อไป ระหว่างรองานที่บริษัทจำเลยนั้น โจทก์คงได้รับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๘ ได้กลับมาประจำอยู่ที่บริษัทจำเลยในต้นเดือนมกราคม ๒๕๓๐ จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๘ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ส่วนโจทก์ที่ ๙ ที่ ๑๐ จำเลยเลิกจ้างตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๒๙ แต่ก็เป็นการเลิกจ้างระหว่างที่เข้ามารองานอยู่ที่บริษัทจำเลยเช่นกัน

ค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์ทั้งสิบจึงมีเฉพาะเงินเดือนเนื่องจากช่วงที่ถูกเลิกจ้างโจทก์ทุกคนไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเลี้ยงนี้จึงเป็นเงินตอบแทนในการทำงานเฉพาะในเวลาที่โจทก์ออกไปปฏิบัติงานในต่างจังหวัดเท่านั้นเมื่อโจทก์ทั้งสิบได้ย้ายเข้ามาประจำยังบริษัทจำเลยค่าเบี้ยเลี้ยงที่โจทก์ได้รับจึงเป็นอันระงับ ค่าเบี้ยเลี้ยงจึงมิใช่เงินที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างให้โจทก์แต่ละคนผู้เป็นลูกจ้างเพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน ระหว่างที่โจทก์ทั้งสิบมาประจำอยู่ที่บริษัทจำเลย อันจะพึงถือว่าเป็นค่าจ้างที่จะต้องนำมาเป็นฐานในการคำนวณค่าชดเชยอีกต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องของโจทก์ทั้งสิบเสียด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2544

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2607/2541

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 ประกอบ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลแรงงานย่อมมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัย ว่า พยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้