Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 105270)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์หลายคนแต่งตั้งโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนดำเนินคดีแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 35 และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2523 ข้อ 1 เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดวิธีการแต่งตั้งไว้โดยเฉพาะ แตกต่างจากการที่คู่ความในคดีแพ่งธรรมดามอบอำนาจหรือตั้งให้บุคคลอื่นเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีอันจะต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร เอกสารแสดงการแต่งตั้งดังกล่าวจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ โจทก์ฟ้องเรียกเงินสะสม เงินสมทบและค่าจ้างที่ค้างชำระ เมื่อคำฟ้องของโจทก์บรรยายถึงสิทธิของโจทก์และหน้าที่ของจำเลย รวมทั้งข้อโต้แย้งที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน และคำขอบังคับในจำนวนเงินที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับ แม้จะไม่ระบุว่าจะเลยหักเงินสะสมไว้อย่าไร เพียงใด และรายละเอียดของเงินสมทบมีมาอย่างไร คำฟ้องของโจทก็แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ทุกคนได้ลาออกจากบริษัทจำเลยซึ่งหมายความว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยสิ้นสุดลงแล้ว การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่สิ้นสุด เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบให้โจทก์หรือไม่จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 172 ป.รัษฎากร มาตรา 118 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 35 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๘๙ แต่งตั้งให้โจทก์ที่ ๒๒ กับที่ ๓๕ เป็นผู้แทนในการดำเนินคดี และโจทก์ที่ ๙๐ ถึงที่ ๙๓ แต่งตั้งให้โจทก์ที่ ๙๑ เป็นผู้แทนในการดำเนินคดี โจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยและได้เข้าร่วมตามระเบียบว่าด้วยเงินสะสมและเงินสมทบ จำเลยจะหักเงินเดือนของโจทก์ร้อยละสิบทุกงวดการจ่ายเงินเป็นเงินสะสมและจะจ่ายคืนให้เมื่อโจทก์ออกจากการเป็นลูกจ้าง โดยจำเลยจะจ่ายเงินสมทบให้โจทก์เป็นสัดส่วนกับเงินสะสมตามจำนวนปีที่ทำงานด้วย เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๘ จำเลยและบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด ทำสัญญาเช่าและโอนกิจการของจำเลยให้บริษัทนิวเอร่า จำกัด บริษัทนิวเอร่า จำกัดตกลงจ้างโจทก์ทั้งหมดต่อจากจำเลย โดยโจทก์ทั้งหมดต้องลาออกจากการเป็นลูกจ้างจำเลย

โจทก์ทั้งหมดจึงลาออกจากบริษัทจำเลยตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๘ แต่จำเลยไม่จ่ายเงินสะสมกับเงินสมทบให้โจทก์ และจำเลยยังค้างจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ที่ ๙๐ และ ๙๑ คนละ ๑,๐๐๐ บาท ขอให้จำเลยชำระเงินสะสม เงินสมทบ และค่าจ้างที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ย สำหรับโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๘๙ นับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๘ สำหรับโจทก์ที่ ๙๐ ถึงที่ ๙๓ นับแต่วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๘

จำเลยให้การว่า ผู้แทนโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะบันทึกแสดงการแต่งตั้งไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จำเลยไม่ได้ค้างจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ที่ ๙๐ และที่ ๙๑ โจทก์ไม่ได้เป็นสมาชิกเงินสะสมและจำเลยไม่ได้หักค่าจ้างโจทก์ตามระเบียบเงินสะสม โจทก์ไปทำงานกับบริษัทนิวเอร่า จำกัด ตามข้อตกลงในสัญญารับโอนลูกจ้างระหว่างจำเลยกับบริษัทนิวเอร่า จำกัด โดยได้รับค่าจ้างอัตราเท่าเดิมและนับระยะเวลาการทำงานต่อไป จึงไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างหรือลาออก สิทธิเรียกร้องเงินสมทบของโจทก์ยังไม่เกิด ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ระบุข้อเท็จจริงว่าจำเลยหักเงินสะสมอย่างไร เพียงใดไม่มีรายละเอียดว่าเงินสมทบมีมาอย่าไร ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินสะสม เงินสมทบและค่าจ้างที่ค้างจ่ายตามฟ้องแก่โจทก์ เว้นแต่เงินสะสมของโจทก์ที่ ๘๙ ให้จ่ายเพียง ๘๙๖ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ให้ดำเนินคดีแทนในกรณีที่โจทก์หลายคนแต่งตั้งโจทก์คนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนดำเนินคดีแรงงานเป็นกรณีที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน -และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๕ และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ข้อ ๑, ๓ และ ๕ กำหนดวิธีการแต่งตั้งโดยเฉพาะแตกต่างไปจากการที่คู่ความในคดีแพ่งธรรมดามอบอำนาจ หรือตั้งตัวแทนให้บุคคลอื่นเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีอันจะต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร แม้เอกสารแสดงการแต่งตั้งดังกล่าวจะมิได้ปิดอากรแสตมป์ ผู้แทนโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ ในปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุม ตามคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงสิทธิของโจทก์และหน้าที่ที่จำเลยต้องปฏิบัติ

รวมทั้งข้อโต้แย้งที่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน และคำขอบังคับในจำนวนเงินที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๔ คำฟ้องของโจทก์จึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ส่วนปัญหาเรื่องจำเลยต้องจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบให้โจทก์หรือไม่ จำเลยอุทธรณ์เป็นใจความว่า จำเลยได้โอนกิจการที่มีอยู่ทั้งหมดให้บริษัทนิวเอร่า จำกัด และได้ทำหนังสือสัญญากันไว้ตามเอกสารหมาย จ.๑๒ ถึงแม้ข้อ ๖.๓.๑ ให้พนักงานลาออกก็จริง แต่ในข้อ ๖.๓.๒. ข้อ ๖.๓.๓. ข้อ ๖.๓.๔ และข้อ ๗ ก็ได้กำหนดชัดถึงสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ต่อบริษัทนิวเอร่า จำกัด

ประกอบกับเอกสารหมาย จ.๑๐ ต้องถือว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่สิ้นสุดลงและไม่ปรากฏว่าบริษัทนิวเอร่า จำกัด ได้เลิกจ้างโจทก์หรือไม่อย่างไร สิทธิเรียกร้องเงินสะสมและเงินสมทบของโจทก์ยังไม่เกิดขึ้นนั้น ในปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าสัญญาเช่าทรัพย์สิน เอกสารหมาย จ.๑๒ ข้อ ๖.๓.๑ ระบุไว้ชัดว่าให้พนักงานทำหนังสือลาออกจากการเป็นพนักงานของจำเลยโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่เรียกร้องใด ๆ จากจำเลยก่อน บริษัทนิวเอร่า จำกัด จึงจะรับเข้าทำงาน การที่พวกโจทก์ทุกคนเข้าทำงานกับบริษัทนิวเอร่า จำกัด จึงแสดงว่าโจทก์ทุกคนได้ลาออกจากบริษัทจำเลยแล้ว โจทก์ทุกคนจึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย

ประกอบกับระเบียบข้อบังคับสำหรับพนักงาน เอกสารหมาย จ.๓ หมวด ๗ ข้อ ๒๗ ว่าด้วยระเบียบการเรื่องเงินสะสมและเงินสมทบ ข้อ ๒๗.๑๑ กำหนดว่า พนักงานมีสิทธิถอนเงินสะสมคืนได้ในกรณีที่ลาออกกรณีหนึ่ง และข้อ ๒๗.๑๔ กำหนดว่าบริษัทจะจ่ายเงินสมทบให้กับพนักงานในกรณีที่พนักงานลาออกโดยไม่มีความผิดและความเสียหายเช่นนี้

ศาลฎีกาเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยข้อสุดท้ายนี้เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟัง เอกสารหมาย จ.๑๒ ของศาลแรงงานกลาง ที่ฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นเป็นยุติว่า โจทก์ทุกคนได้ลาออกจากบริษัทจำเลย ซึ่งก็มีความหมายว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยได้สิ้นสุดลงแล้ว การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่สิ้นสุดลง จึงเป็นการอุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาแล้วว่า โจทก์ทุกคนได้ลาออกจากบริษัทจำเลย และสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยได้สิ้นสุดลงแล้ว เพื่อจะนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบให้โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อนี้ แล้วศาลฎีกาแก้ไขดอกเบี้ยของเงินสมทบสำหรับโจทก์ที่ ๙๐ ถึง ๙๓ ซึ่งศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เกินคำขอ

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี สำหรับเงินสมทบที่ค้างจ่ายแก่โจทก์ที่ ๙๐ ถึงที่ ๙๓ นับแต่วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายพูนศักดิ์ จงกลนีศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7767/2543

โจทก์และจำเลยต่างเป็นเอกชนที่ตกลงทำสัญญาจ้างกัน โดยจำเลยตกลงจ้างโจทก์ทำงานเป็นครู และให้ค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดเวลาที่ทำงานให้จำเลย สัญญาจ้างเป็นครูดังกล่าวจึงเป็นการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2531

การที่โจทก์หลายคนแต่งตั้งโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนดำเนินคดีแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 35 และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3974/2545

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 49 ให้ศาลแรงงานมีอำนาจพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น จะพิพากษาให้นายจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6879/2544

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของจำเลยอันเป็นพนักงานตรวจแรงงานที่สั่งตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เมื่อพิจารณาคำฟ้องประกอบกับสำเนาคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเอกสารท้ายฟ้องซึ่งถือเป็นส่ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4618/2541

โจทก์ฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดและค่าพัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเลยเบิกไปใช้งานแล้วไม่นำไปใช้หรือใช้ไม่หมด แต่ไม่นำมาคืน ตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของโจทก์สรุปความเห็นไว้ จำเลยให้การปฏิเสธว่า จำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้