Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 105411)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 6 ได้รับเงินค่าไถ่จากพวกของผู้เสียหายแล้ว ได้จัดให้ผู้เสียหายผู้ถูกเอาตัวไปได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โดยผู้เสียหายไม่ได้รับอันตรายสาหัสหรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 316 บัญญัติให้ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยวที่1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 6 ตามกำหนดโทษที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 313 วรรคแรกนั้น จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว แม้จำเลยที่ 2 ไม่ได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 6 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตามมาตรา ๓๐๙, ๓๑๐ ๓๑๓,๓๑๗, ๓๓๗, ๘๓ ริบรถยนต์ จดหมาย คืนเงินและสมุดของกลางแก่เจ้าของ จำเลยที่ ๔ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๗ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙, ๓๑๐, ๓๑๓,๓๑๗, ๓๓๗, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๑, ๑๒ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓ นั้น ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๗ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำผิด บัญญัติอัตราโทษสูงขึ้นจึงให้ใช้อัตราโทษในกฎหมายขณะกระทำความผิดที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดการที่จำเลยร่วมกันเอาตัวเด็กอายุเพียง ๙ ปี ไปจากบิดามารดาในที่ชุมนุมชนเวลากลางวัน แล้วขู่เข็ญเรียกค่าไถ่จากบิดามารดาเด็กเช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่อุกอาจ

ก่อให้เกิดความหวาดเกรงแก่ประชาชนโดยทั่วไป จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนัก ความผิดฐานเอาตัวเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีไปเพื่อได้มาซึ่งค่าไถ่ ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๓๑๓ ให้จำคุกตลอดชีวิต ความผิดต่อเสรีภาพและความผิดฐานกรรโชก ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๓๓๗ ให้จำคุก๔ ปีแต่ปรากฏว่าระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ ออกใช้บังคับเกี่ยวกับการลงโทษผู้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน อันเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังกระทำความผิดและเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด ดังนั้นเฉพาะจำเลยที่ ๗ จึงให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตส่วนจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๖ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๓, ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๖ มีกำหนดคนละ ๔๐ ปี ๖ เดือน

จำเลยที่ ๔ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ตลอดจนชั้นพิจารณาของศาล เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๓, ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๒๗ ปีคืนเงิน ๕,๐๐๐ บาท และสมุดของกลางแก่เจ้าของ รถยนต์และจดหมายของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำผิดจึงให้ริบ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ และที่ ๕ จำเลยที่ ๒ และที่ ๗ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๗ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๗ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานโจทก์เชื่อได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานเอาตัวเด็กอายุยังไม่เกิน ๑๓ ปีไปเพื่อได้มาซึ่งค่าไถ่ด้วย ฎีกาจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น.....พยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๗ ยังมีเหตุน่าระแวงสงสัยไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๗ ได้ร่วมกระทำความผิดคดีนี้ด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔และที่ ๖ ได้รับเงินค่าไถ่จากพวกของผู้เสียหายแล้ว ได้จัดให้ผู้เสียหายผู้ถูกเอาตัวไปได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โดยผู้เสียหายไม่ได้รับอันตรายสาหัสหรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๑๖ บัญญัติให้ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๖ มาตามกำหนดโทษที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓ วรรคแรกนั้น จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว แม้จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองเพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๖ ซึ่งไม่ได้ฎีกาด้วยเพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีและเห็นสมควรระบุวรรคของบทความผิดและบทลงโทษที่ศาลล่างทั้งสองมิได้ระบุไว้เสียให้ชัดแจ้งด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๖ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ วรรคแรก ๓๑๐ วรรคแรก ๓๑๓ วรรคแรก ๓๑๗ วรรคแรก ๓๓๗ วรรคสอง ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะกระทำผิด ความผิดตามมาตรา ๓๐๙ วรรคแรก ๓๑๐ วรรคแรก ๓๑๓ วรรคแรก และ ๓๑๗ วรรคแรกเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑๓ วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา ๓๑๖ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ จำคุกคนละ ๑๔ ปี และลงโทษตามมาตรา ๓๓๗ วรรคสอง จำคุกคนละ ๔ ปี รวมโทษจำคุกคนละ ๑๘ ปี ลดโทษให้ตามที่ศาลล่างทั้งสองลดมาสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๖ คนละหนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ ๑๓ ปี ๖ เดือน สำหรับจำเลยที่ ๔ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๙ ปี นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี แสงศิลป์ · สุทิน นนทแก้ว · อากาศ บำรุงชีพ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นายสุทธิโชค เทพไตรรัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายจองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 19976)

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 6ได้รับเงินค่าไถ่จากพวกของผู้เสียหายแล้ว ได้จัดให้ผู้เสียหายผู้ถูกเอาตัวไปได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โดยผู้เสียหายไม่ได้รับอันตรายสาหัสหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2306/2531

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 6 ได้รับเงินค่าไถ่จากพวกของผู้เสียหายแล้ว ได้จัดให้ผู้เสียหายผู้ถูกเอาตัวไปได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โดยผู้เสียหายไม่ได้รับอันตรายสาหัสห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2566

จำเลยที่ 1 ฎีกาทำนองว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง อันเป็นการขัดแย้งกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องห้ามมิให้ฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3948/2566

ประกาศ เรื่อง ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ประกาศ ข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง เพียงมีผลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม 2…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้