Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 105529)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมนั้น ถ้าเหตุแห่งการเลิกจ้างอยู่ที่ฝ่ายเลิกจ้างแล้ว พึงพิจารณาว่าการกระทำหรือการลดเว้นของลูกจ้างเกิดมีขึ้นหรือไม่ และเหตุนั้นเพียงพอแก่การที่จะเลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ หากมีและมีเหตุผลเพียงพอที่จะเลิกจ้างการเลิกจ้างย่อมไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โดยมิพักต้องคำนึงว่าการเลิกจ้างน้นมีการสอบสวนก่อนแล้วหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นใจความทำนองเดียวกันว่า จำเลยจ้างโจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ เป็นลูกจ้างประจำ โจทก์ที่ ๑ มีตำแหน่งหน้าที่สุดท้ายเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๑๓,๙๕๐ บาท โจทก์ที่ ๒ มีตำแหน่งหน้าที่สุดท้ายเป็นผู้จัดการใหญ่ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๔๗,๖๖๕ บาท ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๒๙ จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่มีความผิดและไม่มีการสอบสวน จึงเป็นการเลิกจ้างที่ผิดต่อข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทั้งเป็นการเลิกจ้างก่อนกำหนดเวลาการจ้างสุดสิ้น ซึ่งเป็นการผิดสัญญาจ้าง จำเลยจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดแต่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมหรือเทียบเท่าโดยให้ได้รับเงินเดือน เงินเพิ่มและค่าครองชีพเท่าเดิมจนกว่าจะครบกำหนดเวลาจ้าง ทั้งนี้ ให้ถือว่าไม่มีการเลิกจ้างหากจำเลยไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่กล่าวข้างต้น ก็ขอให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวข้างต้นแก่โจทก์ที่ ๑ ๓,๕๖๕,๙๐๕ บาท แก่โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๖,๖๖๘,๒๘๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย

จำเลยให้การด้วยวาจาร่วมกันทั้งสองสำนวนว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองเพราะโจทก์ทั้งสองทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรีและมติคณะกรรมการของจำเลยซึ่งเป็นความผิดสัญญาจ้าง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินทุกประเภท และค่าเสียหายที่โจทก์ทั้งสองเรียกร้องสูงเกินความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๕,๕๘๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ คำขออื่นของโจทก์ที่ ๑ นอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่มีการสอบสวนก่อน ทั้งนี้ตามระเบียบพนักงานของชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด พ.ศ.๒๕๒๔ ข้อ ๑๘.๒ และ ๑๘.๓ (โจทก์คงหมายถึงเอกสารหมาย จ.๑๙) เพราะฉะนั้น การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ข้อนี้เห็นว่า การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม ถ้าเหตุแห่งการเลิกจ้างอยู่ฝ่ายลูกจ้างแล้ว พึงพิจารณาว่าการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำของลูกจ้างเกิดมีขึ้นหรือไม่ประการใด และเหตุนั้นเพียงพอแก่การที่จะเลิกจ้างหรือไม่เป็นข้อสำคัญ หากมีและมีเหตุผลเพียงพอที่จะเลิกจ้าง การเลิกจ้างนั้นย่อมไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ทั้งนี้ โดยมิพักต้องคำนึงว่าการเลิกจ้างนั้นมีการสอบสวนก่อนแล้วหรือไม่ คดีนี้มีสาเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ สาเหตุนั้น ๆ เพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่ คู่ความทั้งสองฝ่ายก็ได้นำสืบจนสิ้นกระแสความแล้ว ลำพังแต่ไม่มีการสอบสวนก่อนเท่านั้นจึงหาทำให้การเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมไม่ อุทธรณ์โจทก์ส่วนนี้ฟังไม่ขึ้น ทั้งนี้โดยมิพักต้องคำนึงถึงว่าการกระทำของโจทก์ทั้งสองก่อความเสียหายแก่จำเลยแล้วหรือไม่และมากน้อยเท่าใดตามที่โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยความข้อนี้ให้ตน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน (จุนท์ จันทรวงศ์ - มาโนช เพียรสนอง - สีนวล คงลาภ()ศาลแรงงานกลาง - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ศาลอุทธรณ์ -

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 714141)

หลักเกณฑ์การพิจารณาว่าการเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 721948)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 705285)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717471)

การเลิกจ้างด้วยเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการของนายจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 เป็นบทบัญญัติที่ให้การคุ้มครองการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยกำหนดให้สิทธิแก่ผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้