Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 105734)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับ โดยมีนาง ก.ภรรยาจำเลยเป็นผู้กรอกวัน เดือน ปี และจำนวนเงินในเช็คดังกล่าวด้วยความยินยอมเห็นชอบของจำเลย กรณีต้องถือว่าจำเลยเป็นผู้ออกเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงโดยชอบนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้ เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 ฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนไม่ได้ขอให้พิพากษานับโทษของจำเลยติดต่อกัน จึงนับโทษติดต่อกันให้ไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 ป.อ. มาตรา 22 ป.วิ.อ. มาตรา 192

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้องเป็นใจความอย่างเดียวกันว่าเมื่อประมาณเดือนมกราคม ๒๕๒๘ โจทก์ได้รับเช็คเป็นการชำระหนี้มาจากจำเลยจำนวน ๒ ฉบับ และรับโอนเช็คเป็นการชำระหนี้จากลูกหนี้จำนวน ๒ ฉบับ เช็คทั้งสี่ฉบับจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย ต่อมาเมื่อเช็คถึงกำหนดชำระเงิน โจทก์นำไปเข้าบัญชีของโจทก์ เพื่อให้เรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสี่ฉบับโดยให้เหตุผลอย่างเดียวกันว่าบัญชีปิดแล้ว โจทก์ทวงถามจำเลย จำเลยก็เพิกเฉยการกระทำของจำเลยเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือออกเช็คให้ใช้เงินโดยในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจาก การใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องทั้งสองสำนวน จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ การกระทำของจำเลยแต่ละสำนวนเป็นความผิดสำนวนละ ๒ กรรม เรียงกระทงลงโทษ โดยสำนวนแรกจำคุกกรรมละ ๓ เดือน รวมจำคุก ๖ เดือน สำนวนหลังจำคุกกรรมละ ๓ เดือน รวมจำคุก ๖ เดือน ให้นับโทษจำคุกจำเลยทั้งสองสำนวนต่อกัน

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติตามทางพิจารณาในเบื้องต้นว่า เช็คพิพาททั้งสี่ฉบับจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย และโจทก์เป็นผู้ทรง เมื่อเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับถึงกำหนดชำระเงิน โจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับถึงกำหนดชำระเงิน โจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินอ้างว่าบัญชีปิดแล้ว ปัญหามีว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมนายสุทัศน์ บรรเจิดไพบูลย์ นำเช็คของจำเลยมาแลกเงินสดไปจากโจทก์ ต่อมาเมื่อเช็คดังกล่าวขึ้นเงินไม่ได้ นางกนกพรจึงได้นำเช็คของจำเลยมาเปลี่ยน ๒ ครั้ง ครั้งสุดท้ายคือเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับ ซึ่งเช็คดังกล่าวก็สืบเนื่องมาจากการที่จำเลยหรือนางกนกพรภรรยาจำเลยได้ซื้อกระดาษจากนายสุทัศน์

บรรเจิดไพบูลย์หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดบรรเจิดไพบูลย์ ไปใช้ในกิจการโรงพิมพ์ของจำเลยนั่นเอง ที่จำเลยอ้างว่านางกนกพรนำเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับไปกรอกข้อความเอาเองโดยพละการจึงไม่มีเหตุผลที่จะรับฟังได้ข้อเท็จ จริงฟังได้ว่านางกนกพรได้กรอกวันเดือนปี และจำนวนเงินในเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับด้วยความยินยอมหรือเห็นชอบของจำเลย แม้จำเลยจะเป็นผู้เพียงแต่ลงลายมือชื่อในเช็คนั้นก็ตาม ในกรณีเช่นนี้ต้องถือว่าจำเลยเป็นผู้ออกเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับแล้วที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยออกเช็คพิพาทโดยไม่ลงวันเดือนปีที่ออกเช็ค ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คและพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ การกระทำของจำเลยแต่ละสำนวนเป็นความผิดสำนวนละ ๒ กรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ สำนวนแรกจำคุกกรรมละ ๓ เดือน รวมจำคุก ๖ เดือน สำนวนหลังจำคุกกรรมละ ๓ เดือน รวมจำคุก ๖ เดือน ฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนไม่ได้ขอให้พิพากษานับโทษของจำเลยติดต่อกัน จึงนับโทษติดต่อกันให้ไม่ได้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายประมาณ ตียะไพบูลย์สิน
ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127/2533

จำเลยนำเช็คของลูกค้าจำเลยมาขายโจทก์ ต่อมาโจทก์บอกให้จำเลยนำเงินไปชำระมิฉะนั้นจะให้เจ้าพนักงานตำรวจจัดการ จำเลยจึงไปตรวจสอบหนี้สินกับโจทก์ ปรากฏว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน 496,000 บาท จำเลยได้ชำระหนี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5723/2531

จำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับโดยมีนาง ก.ภรรยาจำเลยเป็นผู้กรอกวัน เดือน ปี และจำนวนเงินในเช็คดังกล่าวด้วยความยินยอมเห็นชอบของจำเลย กรณีต้องถือว่าจำเลยเป็นผู้ออกเช็คพิพาททั้งสี่ฉบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14712/2558

โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 12 ธันวาคม 2557 ซึ่งคำฟ้องระบุว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้น โดยศาลชั้นต้นเบิกจำเลยมาสอบคำให้การทั้งสองคดีในวันที่ 15 ธันวาคม 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2068/2548

โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 307/2546 ของศาลชั้นต้น ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าว แต่ศาลชั้นต้นนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้