คำฟ้องและคำให้การ
คดีเรื่องนี้ปรากฎว่าจำเลยได้กล่าวคำหมิ่นประมาทโจทก์จำเลยได้ถูกฟ้องคดีอาชญาศาลได้ลงโทษจำเลยไปแล้ว บัดนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าสินไหมจากจำเลย คดีจำเลยเป็นคนในบังคับอังกฤษฎีกาได้แต่ในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาขึ้นมา ๒ ข้อ คือ ๑. ที่ว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์นั้นจำเลยได้กล่าวโดยความจริง จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมตาป.พ.พ.ม.ม ๔๒๓ ในข้อ ๒. จำเลยได้ถูกฟ้องคดีอาชญาศาลลงโทษจำเลย แล้วโจทก์จะฟ้องเรียกค่าสินไหมอีกไม่ได้
ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาในข้อ ๑. ที่ว่าจำเลยกล่าวโดยความจริงนั้น ไม่ใช่ปัญหากฎหมายเป็นการค้านในข้อเท็จจริงซึ่งศาลล่างไม่ฟังแล้ว
จำเลยฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ ในข้อ ๒. นั้น โจทก์มีสิทธิฟ้องได้ตามป.พ.พ.ม.๔๓๘ - ๔๔๗ การที่จำเลยถูกลงโทษในทางอาชญาหาทำให้หลุดพ้นจากความรับผิดในทางแพ่งไม่ให้ยกฎีกาจำเลยเสีย