Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10605/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ในฐานะผู้โอนกับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับโอน ตกลงทำสัญญาโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของผู้โอนรวมตลอดถึงสิทธิอื่นใดเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการชำระหนี้สำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพนั้นตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน พ.ร.ก.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 และสัญญานี้ และสิทธิหรือภาระผูกพันอื่นใดที่ผู้โอนมีต่อลูกหนี้ โจทก์โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายบริษัท อ. มีหลักประกันเป็นสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ให้แก่จำเลยที่ 1 โดยโฉนดอันเป็นที่ตั้งอาคารพาณิชย์ที่เช่าไม่ปรากฏชื่อบริษัท อ. ในฐานะผู้เช่า แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า สิทธิการเช่าอาคารซึ่งเป็นหลักประกันสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายนี้ บริษัท อ. ซึ่งเป็นลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพเช่าอาคารจาก ส. มีการทำหนังสือสัญญาเช่าช่วงและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่ง ส. ทำหนังสือยินยอมอนุญาตให้มอบสิทธิการเช่าอาคารเป็นหลักประกันการชำระหนี้แก่โจทก์ โดยตกลงยินยอมโอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์หรือบุคคลที่โจทก์กำหนด และจะไม่โอนสิทธิการเช่าให้แก่บุคคลอื่นเว้นแต่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ โดย ส. เช่าอาคารดังกล่าวจาก ช. โดยมีข้อตกลงให้เช่าช่วงได้ มีการทำหนังสือสัญญาเช่าและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วน ช. เช่าที่ดินที่ตั้งอาคารดังกล่าวเพื่อสร้างอาคารจาก ศ. โดยผู้ให้เช่าที่ดินตกลงให้เช่าช่วงอาคารได้แต่ไม่ให้เช่าช่วงที่ดิน มีการทำหนังสือสัญญาเช่าและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จากสัญญาเช่าและข้อตกลงต่าง ๆ ข้างต้น สิทธิการเช่ารายนี้อาจจำหน่ายหรือโอนได้ แต่ต้องเป็นไปเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ ดังนั้น สิทธิการเช่ารายนี้เมื่ออาจจำหน่ายหรือโอนได้ย่อมมีราคา จึงเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่อาจนำไปจำหน่ายหรือโอนได้ ซึ่งลูกหนี้ให้ไว้แก่โจทก์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ของตนตามสัญญาให้สินเชื่อตามคำจำกัดความ "ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน" แล้ว สินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายนี้จึงมีลักษณะตาม พ.ร.ก.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 มาตรา 31 (1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.ก.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 6,166,973.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงิน 5,400,000 บาท ในอัตราเฉลี่ยของดอกเบี้ยเงินฝากถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามเงินฝากทุกประเภทเฉพาะที่เป็นเงินบาทของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยคำนวณเป็นรายไตรมาสตามปีปฏิทินนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 6,166,973.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงิน 5,400,000 บาท ในอัตราเฉลี่ยของดอกเบี้ยเงินฝากถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามเงินฝากทุกประเภทเฉพาะที่เป็นเงินบาทของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยคำนวณเป็นรายไตรมาสตามปีปฏิทินนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 15 ธันวาคม 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 150,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความให้ 90,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ระหว่างพิจารณา กระทรวงการคลังยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิแทนจำเลยที่ 1 ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เดิมใช้ชื่อว่า ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) ต่อมามีการรวมและโอนกิจการกับธนาคารยูโอบีรัตนสิน จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) จำกัด ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 เป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น มีวัตถุประสงค์ในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินและบริษัทสินทรัพย์ ปรับโครงสร้างหนี้ และปรับโครงสร้างกิจการ

ทั้งนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์รวมตลอดทั้งสิทธิอื่นใดเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการชำระหนี้สำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพนั้น หรือโดยการใช้มาตรการอื่นใดเพื่อประโยชน์แก่การฟื้นฟูเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ มีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ดังกล่าว และให้รวมถึงถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิรอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ และอื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

พ.ศ.2544 จำเลยที่ 2 จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 เป็นนิติบุคคล และตามพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 มาตรา 46 วรรคสอง บัญญัติให้จำเลยที่ 2 ค้ำประกันตราสารหนี้ที่จำเลยที่ 1 ออกเพื่อชำระราคาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ วันที่ 12 ตุลาคม 2544 โจทก์ในฐานะผู้โอนกับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับโอน ตกลงทำสัญญาโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของผู้โอนรวมตลอดถึงสิทธิอื่นใดเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการชำระหนี้สำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพนั้นตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 และสัญญานี้ และสิทธิหรือภาระผูกพันอื่นใดที่ผู้โอนมีต่อลูกหนี้

นอกจากนี้ คู่สัญญาตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 และสัญญานี้ หากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายการใดเป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ไม่พึงโอน จำเลยที่ 1 จะไม่รับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าว หากจำเลยที่ 1 ได้รับโอนมาแล้วก็ให้ถือว่า การโอนรายการนั้นไม่มีผลทางกฎหมาย และถือว่าสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายการดังกล่าวไม่เคยโอนมายังจำเลยที่ 1 เลยในกรณีดังกล่าวนี้คู่สัญญาจะปรับราคาสินทรัพย์ให้ถูกต้องต่อไป สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ไม่พึงโอนนั้นกำหนดไว้ในสัญญาข้อ 5.1 ซึ่งในลำดับ 7 ได้แก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จำเลยที่ 1 จะรับโอนได้ตามพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

พ.ศ.2544 ตามมติคณะกรรมการจำเลยที่ 1 หรือตามสัญญานี้ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 โจทก์โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพหลายรายรวมทั้งรายบริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด มีหลักประกันเป็นสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เลขที่ 44/14-15 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 531 และ 4104 ให้แก่จำเลยที่ 1 วันที่ 21 มกราคม 2545 จำเลยที่ 1 ออกหนังสือหลักฐานการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าวให้แก่โจทก์ตามวันที่ 6 มิถุนายน 2545 จำเลยที่ 1 ออกหนังสือยืนยันราคารับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่โจทก์ โดยรายบริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด เป็นเงิน 5,400,000 บาท วันที่ 31 ตุลาคม 2545 จำเลยที่ 1 ส่งตั๋วสัญญาใช้เงินชำระราคาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรวมทั้งรายบริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป

จำกัด ด้วย ต่อมาวันที่ 10 กรกฎาคม 2549 จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ตรวจสอบและปรับปรุงมูลค่าหลักประกันกรณีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีสิทธิการเช่าเป็นประกันว่าไม่ถือเป็นหลักประกันในรายบริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด ตามคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายของจำเลยที่ 1 วันที่ 9 สิงหาคม 2549 โจทก์มีหนังสือโต้แย้งไปยังจำเลยที่ 1 แผ่นแรก วันที่ 13 มีนาคม 2550 จำเลยที่ 1 มีหนังสือถึงโจทก์แจ้งโอนคืนและปรับลดราคารับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายบริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด จำนวน 5,400,000 บาท หลังจากนั้นโจทก์มีหนังสือโต้แย้งและปฏิเสธรับโอนคืน แผ่นที่ 2 และที่ 3 เมื่อมีข้อโต้แย้งจำเลยที่ 1 จึงขอแยกการชำระราคารับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายบริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป

จำกัด ออกจากตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกให้เพื่อชำระราคารับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายนี้รวมกับรายอื่นโดยจำเลยที่ 1 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินวันที่ 30 ตุลาคม 2552 จำนวน 5,400,000 บาท ถึงกำหนดใช้เงินวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้อาวัล ให้โจทก์ เมื่อถึงกำหนดใช้เงินโจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินแล้ว จำเลยทั้งสองปฏิเสธ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ จำเลยทั้งสองอ้างว่า จำเลยทั้งสองรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายที่พิพาทจากโจทก์ โดยสำคัญผิดในเรื่องหลักประกันเพราะเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ไม่สามารถตรวจสอบเอกสารการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพแต่ละรายได้ รวมทั้งไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์หลักประกันได้และเป็นความไม่สุจริตของโจทก์ เห็นว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิและหน้าที่ในการตรวจสอบสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โจทก์ส่งมาว่าจำเลยที่ 1 จะรับโอนหรือไม่ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของตนที่จะตรวจสอบ เมื่อจำเลยที่ 1 รับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่โจทก์ส่งมาให้ตรวจสอบแล้ว

จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจอ้างว่าตนมีข้อจำกัดในการตรวจสอบทำให้รับโอนโดยสำคัญผิดได้ และการที่โจทก์ส่งสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่จะโอนให้จำเลยที่ 1 ตรวจสอบก็เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา จำเลยที่ 1 เป็นผู้พิจารณาว่าจะรับโอนหรือไม่ ทั้งในเรื่องสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายที่พิพาทจำเลยที่ 1 จะรับโอนได้หรือไม่ ก็ยังเป็นปัญหาโต้เถียงกันในคดีนี้ โจทก์จึงไม่ได้ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต สำหรับที่จำเลยที่ 1 อ้างว่า สิทธิการเช่าอาคารซึ่งเป็นหลักประกันสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายที่พิพาทไม่เป็นทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน ตามสัญญาโอนสินทรัพย์ ข้อ 1.1 นั้น เห็นว่า ตามสัญญาโอนสินทรัพย์ ข้อ 1.1 กำหนดคำจำกัดความ "ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน" หมายถึงทรัพย์สินทั้งที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่าง ซึ่งลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพได้ให้ไว้แก่ผู้โอนเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ของตนตามสัญญาให้สินเชื่อและต้องเป็นทรัพย์สินที่อาจนำไปจำหน่ายหรือโอนได้

ทรัพย์สินใดที่ไม่อาจนำไปจำหน่ายหรือโอนได้จำเลยที่ 1 จะไม่คิดราคาให้ สิทธิการเช่าอาคารซึ่งเป็นหลักประกันสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายที่พิพาทนั้น บริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพเช่าอาคารจากนายสว่าง มีการทำหนังสือสัญญาเช่าช่วงและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาธนบุรี บริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด มอบสิทธิการเช่าอาคารดังกล่าวเป็นประกันการชำระหนี้ของตนต่อโจทก์ โดยมีข้อตกลงว่าหากบริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด ผิดนัดชำระหนี้แก่โจทก์ หรือผิดสัญญาเช่า บริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด ยอมให้ผู้ให้เช่าโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ หรือโอนให้บุคคลใดตามที่โจทก์เห็นสมควรเป็นผู้เช่าแทนได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป

จำกัด และบริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด ยินยอมให้โจทก์นำเงินค่าตอบแทนการโอนสิทธิการเช่าอาคารไปชำระหนี้โจทก์ นายสว่างทำหนังสือยินยอมอนุญาตให้มอบสิทธิการเช่าอาคารเป็นประกันการชำระหนี้แก่โจทก์ โดยตกลงยินยอมโอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์ หรือบุคคลที่โจทก์กำหนด และจะไม่โอนสิทธิการเช่าให้แก่บุคคลอื่นเว้นแต่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ ในกรณีหากมีการแจ้งการยึดหรืออายัดสิทธิการเช่าโดยศาล เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามประมวลรัษฎากรในกรณีที่บริษัทเอดิสันสรรพสินค้ากรุ๊ป จำกัด ค้างชำระภาษีสรรพากร นายสว่างตกลงจะแจ้งให้ผู้ที่แจ้งการยึดหรืออายัดสิทธิการเช่าดังกล่าวว่า ได้มอบสิทธิการเช่าให้ไว้แก่โจทก์เป็นการประกันการชำระหนี้ไปก่อนแล้ว

ไม่อาจยินยอมให้นำสิทธิการเช่าออกขายทอดตลาดได้ นายสว่างเช่าอาคารดังกล่าวจากนายสุชาติ โดยมีข้อตกลงให้เช่าช่วงได้ มีการทำหนังสือสัญญาเช่าและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาธนบุรี นายสุชาติเช่าที่ดินที่ตั้งอาคารดังกล่าวเพื่อสร้างอาคารจากนางสาวศรีศักดิ์ โดยผู้ให้เช่าที่ดินตกลงให้เช่าช่วงอาคารได้ แต่ไม่ให้เช่าช่วงที่ดิน มีการทำหนังสือสัญญาเช่าและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาธนบุรี และมีการบันทึกการเช่าที่ดินลงในสารบัญท้ายโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับ จากสัญญาเช่าและข้อตกลงต่าง ๆ ข้างต้น สิทธิการเช่ารายนี้อาจจำหน่ายหรือโอนได้ แต่ต้องเป็นไปเพื่อชำระหนี้โจทก์

ดังนั้นสิทธิการเช่ารายนี้เมื่ออาจจำหน่ายหรือโอนได้ย่อมมีราคา จึงเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่อาจนำไปจำหน่ายหรือโอนได้ ซึ่งลูกหนี้ให้ไว้แก่โจทก์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ของตนตามสัญญาให้สินเชื่อ ตามคำจำกัดความ "ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน" แล้ว สินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายที่พิพาทจึงมีลักษณะตามพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย จำกัด พ.ศ.2544 มาตรา 31 (1) และเป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ต้องโอนตามสัญญา การโอนจึงมีผล จำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมกันชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 90,000 บาท แทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมวล สุขสมพร · วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ · ปกิต สุวรรณพรหมา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปาลิต สันทนาคณิต
ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล สนธยานนท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2428/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ4412/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ4507/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้