คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรว่า นายจันเป็นผู้ร้ายลักเสื้อกุยเฮงของจำเลยและเอาไปจำนำไว้กับผู้มีชื่อ ขอให้ไปจับกุมมาสอบสวน เจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงจับนายจันมาสอบสวนและควบคุมไว้ ๔ วัน ความจริงนายจันซื้อเชื่อเสื้อนั้นไปจากจำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๘,๒๗๐ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๗๐ อันเป็นบทหนัก
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ฉะเพาะการวางโทษ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษา ๒ นายรับรองฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ในการวางโทษ แต่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแจ้งความเท็จ แม้จำเลยจะขอให้จับกุมนายจันมา นานจันต้องถูกจับกุมและควบคุมหาได้เกิดจากการกระทำของจำเลยโดยตรงไม่เมื่อแจ้งความแล้วก็เป็นเรื่องและอำนาจของเจ้าพนักงานจะวินิจฉัยว่าควรจับหรือไม่ ยังไม่พอวินิจฉัยว่าจำเลยใช้ให้จับ
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา ๑๑๘ บทเดียว ไม่มีผิดตาม ม.๒๗๐ ด้วย ส่วนกำหนดโทษและข้อความอื่นพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์