Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยต่างมอบอำนาจให้ ส. เป็นผู้ไปทำหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินพิพาท ส. ได้ขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดินแล้วสัญญาขายฝากที่ทำขึ้นย่อมเป็นนิติกรรมที่โจทก์จำเลยมีเจตนาให้มีผลผูกพันกันตามสัญญา มิใช่มีเจตนาอำพรางแต่อย่างใด จำเลยจะอ้างว่ามีเจตนาอำพรางสัญญาจำนองหาได้ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม7 โฉนด ไว้แก่โจทก์ในราคา 5,200,000 บาท กำหนดไถ่คืนภายใน 2 ปีจำเลยมิได้นำเงินมาไถ่คืนภายในกำหนดโจทก์จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ขอให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ห้ามเกี่ยวข้องต่อไป ให้ใช้ค่าเสียหาย 3,000,000 บาทแก่โจทก์ และให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละบาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า สัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาจำนองที่ตกลงกันให้จำเลยจำนองที่ดิน 7 โฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันเงินที่จำเลยกู้ยืมโจทก์

จำนวน 3,800,000 บาทกับดอกเบี้ย 1,400,000 บาท สัญญาขายฝากจึงไม่ผูกพันโจทก์และจำเลยโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และไม่ได้รับความเสียหายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 714,999.99 บาทและค่าเสียหายอัตราเดือนละ 50,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่า "...เมื่อวันที่ 12กันยายน 2520 จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินรวม 7 โฉนด ที่ดินโฉนดที่ 543,46248,11619,11620,11621,11622 และ 11623 แขวงสามเสนใน(บางซื่อฝั่งใต้)

เขตดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้กับโจทก์มีกำหนด 2 ปี เป็นจำนวนเงิน 5,200,000 บาทในการทำหนังสือสัญญาขายฝากและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ร้อยโทสมาน เกษรอินทร์ เป็นผู้รับมอบอำนาจ มีอำนาจจัดการแทนโจทก์จำเลย ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.12 จ.16 และ จ.17 ครบกำหนดตามสัญญาขายฝาก จำเลยไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝาก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าสัญญาขายฝากที่พิพาทระหว่างโจทก์จำเลยเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาจำนองที่ดินนั้น จำเลยเบิกความว่าได้จำนองที่ดินไว้กับธนาคารเอเชียและถูกฟ้องบังคับจำนอง ต่อมาพันเอกพล เริงประเสริฐวิทย์ รับจะนำเงินมาให้เพื่อชำระหนี้ธนาคาร และเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2520พันตรีสมาน ศรีศรอินทร์ ได้นำแคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน 3,800,000 บาทสั่งจ่ายในนามของโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.1 มาให้จำเลยชำระหนี้แก่ธนาคารและไถ่ถอนจำนองเมื่อได้โฉนดมา จำเลยจึงได้มอบโฉนดพร้อมกับทำหนังสือมอบอำนาจให้พันตรีสมาน ไปทำสัญญาจำนองที่ดินกับโจทก์พันตรีสมาน ศรีศรอินทร์เบิกความว่า เมื่อได้รับโฉนดและหนังสือมอบอำนาจจากจำเลยแล้ว ได้นำไปมอบให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามหนังสือสัญญาขายฝากที่พิพาทปรากฏว่าร้อยโทสมาน

เกษรอินทร์ เป็นผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์จำเลยไปทำหนังสือสัญญาขายฝากที่พิพาทมีกำหนด 2 ปี ตามเอกสารหมาย จ.12 และหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.16 จ.17 นายสะอาด ชมบุญ เจ้าพนักงานที่ดินซึ่งรับจดทะเบียนสัญญาขายฝากเบิกความว่าก่อนจดทะเบียนเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนเรื่องราวการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแล้วพยานได้สอบถามได้ความว่า จำเลยมีความประสงค์ขายฝากที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ และได้ตรวจลายมือชื่อผู้มอบอำนาจแล้วถูกต้องจึงได้รับจดทะเบียนให้ตามสัญญาขายฝาก เอกสารหมาย จ.12 ฟังได้ว่าร้อยโทสมาน เกษรอินทร์ หรือพันตรีสมาน ศรีศรอินทร์ เป็นผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์จำเลยได้ไปขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทำสัญญาขายฝากที่พิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดิน สัญญาขายฝากตามเอกสารหมาย จ.12เป็นนิติกรรมที่โจทก์จำเลยมีเจตนาให้มีผลผูกพันกันตามสัญญา มิได้มีเจตนาอำพรางสัญญาจำนองแต่อย่างใด

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทไม่มีสิทธิขับไล่และเรียกค่าเสียหายนั้นเมื่อจำเลยไม่ได้ใช้สิทธิไถ่คืนภายในกำหนดสัญญาขายฝากกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตามสัญญาขายฝากยังคงเป็นของโจทก์อยู่ โจทก์จึงมีสิทธิขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · พนม พ่วงภิญโญ · ประเสริฐ บุญศรี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1190/2546

สำเนาคำแถลงและหน้าสำนวนเป็นเอกสารที่ถ่ายจากต้นฉบับในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นในคดีก่อน เป็นเอกสารในสำนวนคดีเรื่องอื่นอันต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1441/2545

โจทก์จำเลยเจตนาผูกพันในเรื่องการกู้ยืมเงิน สัญญาขายฝากที่ทำไว้จึงเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินและตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 เดิม วรรคหนึ่ง ต้องบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1328/2539

เมื่ออ่านเอกสารท้ายฟ้องทั้งหมดประกอบคำฟ้องแล้วพอเข้าใจได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธินำรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 0769 กาญจนบุรีเข้าวิ่งในคิวที่ 41 ของจำเลยที่ 1 แทนรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 048…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2539

เมื่อคำให้การจำเลยแปลความได้ว่า จำเลยยอมรับว่าได้ตกลงกู้เงินจากโจทก์และหลังจากทำสัญญากู้แล้ว จำเลยได้รับเงินจากโจทก์จนครบและเกินจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ จึงถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์จำเลยตกลงผูกพันกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินของจำเลยเคยตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ที่ยอมให้โจทก์ใช้น้ำจากคูน้ำ อ่างเก็บน้ำและทางเดินออกสู่ถนนสาธารณะ ต่อมาจำเลยปิดกั้นไม่ยอมให้โจทก์ใช้น้ำจากคูน้ำ อ่างเก็บน้ำ และทางเด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้