Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2517 (เลขอ้างอิง 107447)

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีมีทุนทรัพย์ 3,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อง กับที่พิพาทบางส่วนเป็นการแก้ไขมาก จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

สำนวนแรก

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้ไม้ตีปิดกั้นประตูหลังบ้านโจทก์ โดยเจตนาไม่ให้โจทก์ใช้สิทธิครอบครองที่ดินด้านหลัง เพื่อจำเลยจะได้ยึดถือเอาที่ดินด้านหลังเป็นของจำเลย มีเนื้อที่ประมาณ ๕ ตารางวา ราคา๓,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป สำนวนหลัง

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ปลูกครัวในที่ดินของโจทก์ ต่อมาจำเลยอ้างว่าที่ดินที่ปลูกครัวนั้นเป็นของจำเลย โจทก์จึงบอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนออกไป จำเลยไม่ยอมรื้อ จึงขอให้ศาลบังคับ

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินตามที่โจทก์ฟ้องเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้ง ๒ สำนวน

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ห้ามไม่ให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทระหว่างต้นมะพร้าวกับฝาห้องแถวด้านหลังของโจทก์อีกต่อไป จำเลยทั้งสองสำนวนและโจทก์ในสำนวนหลังฎีกา ในปัญหาที่ว่าสำนวนแรกต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่า

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ เป็นผลให้โจทก์ไม่มีสิทธิในที่พิพาทเลย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทบางส่วน เป็นผลให้โจทก์ได้ที่พิพาทมาบางส่วน จำเลยเสียสิทธิในที่พิพาทไปบางส่วน ดังนี้ เป็นการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก จำเลยมีสิทธิฎีกาได้ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินที่โจทก์ทั้งสองซื้อมารวมทั้งที่ที่ชายคายื่นออกไปด้วย เมื่อวัดรวมกันดังนี้ ที่พิพาทไม่รวมอยู่ในเขตที่ดินของนายอ่องโจทก์ ส่วนที่ดินของนายสุทัศน์โจทก์นั้น มีที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินประมาณ ๑ วา ๑ ศอก เฉพาะที่ส่วนนี้นายสุทัศน์โจทก์มีสิทธิห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่าให้ยกฟ้องนายอ่อง ชิวขุนทด โจทก์ในสำนวนแรกและห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่พิพาท อันเป็นส่วนของนายสุทัศน์ ลิ้มพงศานุรักษ์ โจทก์ในสำนวนหลัง ตั้งแต่หลังห้องแถวของโจทก์มาทางทิศตะวันออก ๑ วา ๑ ศอก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสถิตย์ ไพเราะ
ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้