Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2517 (เลขอ้างอิง 107455)

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยสละสิทธิไถ่ถอนการขายฝากไม่ใช่เป็นการย้ายหรือซ่อนเร้นหรือโอนให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใด จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองคดีฟ้องเป็นทำนองเดียวกันว่า ในขณะกระทำผิดนางกาญจนาจำเลยถูกผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้และโจทก์ร่วมในคดีนี้ ฟ้องว่าได้ร่วมกับพวกฉ้อโกงทรัพย์ของนางหลักม่วยโจทก์ร่วมไปเป็นเงิน ๒,๑๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ลงโทษและใช้เงินคืน ในระหว่างพิจารณาคดีดังกล่าวจำเลยทั้งสองสำนวนได้ร่วมกันกระทำเพื่อมิให้โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน โดยนางกาญจนาจำเลยสำนวนแรกได้ขายฝากที่ดินของตนจำนวน ๑ แปลง ให้แก่นางอัมพร ประไพตระกูล จำเลยในสำนวนหลังไปเป็นเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดไถ่ถอนใน ๑ ปี ต่อมานางกาญจนาได้ปลดเงื่อนไขการไถ่ถอนการขายฝากให้กับนางอัมพรจำเลยผู้ซื้อฝาก โดยไม่มีการเพิ่มเงินเป็นผลให้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนางอัมพรจำเลยผู้รับซื้อฝากที่ดินแปลงนี้และสิ่งปลูกสร้างมีราคา ๗๐๐,๐๐๐ บาท และนางอัมพรจำเลยได้โอนขายกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ต่อไปอีก

ต่อมาศาลฎีกาได้พิพากษาลงโทษนางกาญจนากับพวก และให้ร่วมกันคืนหรือใช้เงิน ๒,๑๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยทั้งสองสำนวนเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมไม่อาจใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลเพื่อบังคับให้จำเลยชำระหนี้บางส่วนเป็นเงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาทได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐, ๘๓ และให้ใช้เงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ร่วม

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ และตัดฟ้องว่าเป็นฟ้องซ้ำ ในระหว่างพิจารณาสืบพยานโจทก์ นางหลักม่วยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต และเรียกนางกาญจนาว่าจำเลยที่ ๑ นางอัมพรว่าจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑ ขายฝากที่ดินให้จำเลยที่ ๒ ก็เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในการดำเนินคดี และการที่จำเลยที่ ๒ รับซื้อฝากที่ดินไว้ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้รับซื้อฝากโดยมีเจตนาเพื่อมิให้โจทก์ร่วมได้รับชำระหนี้ การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันปลดเงื่อนไขการขายฝากหรือสละสิทธิการขายฝากนั้น ไม่ใช่เป็นการย้ายหรือซ่อนเร้น และไม่ใช่เป็นการโอนให้แก่ผู้ซื้อเพราะกรรมสิทธิ์ได้โอนไปในขณะขายฝากแล้ว และไม่ใช้เป็นการแกล้งให้ตนเป็นหนี้ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ร่วมทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมทั้งสองสำนวนฎีกา คดีมาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่า การที่จำเลยที่ ๑ ปลดเงื่อนไขจากการไถ่ถอนการขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับจำเลยที่ ๒ นั้น เป็นการโอนให้แก่ผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ หรือไม่ ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ถูกผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ฟ้องว่าร่วมกับพวกฉ้อโกงโจทก์ร่วมขอให้ใช้เงิน ๒,๑๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ร่วม จำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนขายฝากที่ดินโฉนดที่ ๑๓๐๔๓ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ ๒ เป็นเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท และต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ทำบันทึกต่อเจ้าพนักงานที่ดินปลดเงื่อนไขการไถ่ถอนการขายฝากที่ดินโฉนดที่ ๑๓๐๔๓ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างให้กับจำเลยที่ ๒ ในที่สุดคดีนั้น ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ คืนหรือใช้เงิน ๒,๑๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจึงได้ดำเนินคดีทั้งสองสำนวนนี้ขึ้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยสละสิทธิไถ่ถอนการขายฝาก ไม่ใช่เป็นการย้ายหรือซ่อนเร้นหรือโอนให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใด การสละสิทธิไถ่ถอนการขายฝากจึงไม่อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายปรีชา ธนานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายสมัย พนมวัน ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7430/2568

จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์พิพาท ซึ่งอยู่ในระหว่างที่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2567

เดิมโจทก์ใช้ชื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นชื่อคู่ความ ต่อมาแก้ฟ้องใช้ชื่อ ส. กับพวก ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจดำเนินการแทนกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นคู่ความแทน เมื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไม่เป็นบุคคลตาม ป.พ.พ. จึงไม่สามา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4675/2565

อุทธรณ์ข้อหนึ่งของโจทก์ร่วมโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า โจทก์ร่วมยังเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามข้อตกลงระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลย เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864/2563

หนี้ของโจทก์เกิดขึ้นก่อนที่จำเลยจะถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โจทก์จึงต้องยื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2563

จำเลยที่ 2 จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลยที่ 1 จากเดิมเลขที่ 286 ไปอยู่ที่ใหม่ แล้วจำเลยที่ 4 จดทะเบียนจัดตั้งจำเลยที่ 3 ขึ้นมาโดยใช้สำนักงานแห่งใหญ่เดิมของจำเลยที่ 1 เป็นที่ตั้งสำนักงาน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้