คำฟ้องและคำให้การ
ในระหว่างหยุดพักฉายภาพยนตร์จำเลยได้เอาภาพยนตร์ที่ยังมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานออกฉายถ่ายทอดเสียงออกจากฟิลม์ไปจากห้องฉายภาพยนตร์โดยมีแต่เสียงอย่างเดียว ไม่มีภาพปรากฎบนจอ โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ๒๔๗๓ ม.๒๐ ปรับจำเลยที่ ๑,๒๐ บาท ที่ ๒, ๑๐ บาท
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าปัญหาที่จำเลยฎีกาว่าการถ่ายทอดเสียงในระหว่างภาพยนตร์หยุดพักการฉายเช่นนี้จะถือว่าเพื่อประโยชน์การค้าหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงวินิจฉัยให้มิได้ ส่วนปัญหาที่ว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยฉายภาพยนตร์ให้ประชาชนดู แต่ความจริงจำเลยฉายให้ประชาชนฟังนั้นเป็นเหตุให้ศาลจะต้องยกฟ้องตามประมวลวิธีพิจารณาอาญาหรือไม่นั้น เห็นว่าตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์ คำว่า " ฉาย " หมายความว่าการถ่ายทอดรูปหรือเสียงหรือทั้งรูปและเสียงด้วยเครื่องฉายภาพยนตร์หรือเครื่องอื่นทำนองเดียวกัน ในคดีนี้โจทก์ได้ระบุฟ้องว่าจำเลยฉายภาพยนตร์อันเป็นสาระสำคัญในความผิดแล้วจะฉายให้ดูหรือให้ฟังเป็นเพียงรายละเอียดเท่านั้น ซึ่งจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ไม่ต้องด้วยประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๙๒ ให้ยกฎีกาจำเลย