Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มารดาโจทก์ผู้เยาว์ได้เสียเป็นสามีภรรยากับจำเลยผู้เป็นบิดาโจทก์โดยมิได้จดทะเบียนสมรส และมารดาโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยว่าได้รับเงินจากจำเลยแล้ว จะไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยและจะไม่ใช้สิทธิเรียกร้องแทนโจทก์ต่อจำเลยอีก ดังนี้ เมื่อมารดาโจทก์ทำสัญญานั้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล สัญญานั้นย่อมไม่มีผลผูกพันถึงโจทก์ด้วยโจทก์โดยมารดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมจึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรของจำเลย และให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูกับค่าใช้จ่ายในการศึกษาได้ และการฟ้องเช่นนี้เป็นเรื่องมารดาของโจทก์ฟ้องแทนโจทก์ซึ่งเป็นผู้เยาว์ตามนัยมาตรา 1529 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงมีอำนาจฟ้องได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 1534

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นางจรูญศรี จารุสุข มารดาโจทก์กับจำเลยได้เสียเป็นสามีภรรยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส เกิดบุตร ๑ คน คือโจทก์จากนั้นจำเลยได้แสดงพฤติการณ์ให้เป็นที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าโจทก์เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น ให้ค่าอุปการะ เลี้ยงดู ให้การศึกษาโดยจำเลยตกลงให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูเดือนละ ๓๐๐ บาท ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายในการศึกษา ๓ ภาค ปีละ ๒,๖๐๐ บาท เมื่อเดือนตุลาคม๒๕๑๐ จำเลยได้งดจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายในการศึกษาให้โจทก์ จึงขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรของจำเลยให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูเดือนละ ๓๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา กับค่าใช้จ่ายในการศึกษาภาคกลางและภาคปลายของปี ๒๕๑๐ ภาค ๘๐๐ บาท

จำเลยให้การว่า เด็กหญิงติ๋ว จารุสุข ไม่ใช่บุตรจำเลย จำเลยไม่เคยรับรองว่าเป็นบุตร และไม่เคยให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาเลย นางจรูญศรี จารุสุข มารดาผู้แทนโจทก์ไม่ได้เป็นภรรยาจำเลยกับตัดฟ้องว่าเพราะเหตุที่นางจรูญศรีได้กล่าวอ้างว่าเด็กหญิงติ๋วเป็นบุตรที่เกิดจากจำเลย และรบกวนความสงบสุขอยู่ตลอดมาเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๐๓ ในฐานะที่นางจรูญศรีเป็นมารดาผู้ปกครองเด็กหญิงติ๋วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยและรับค่าตอบแทนไปแล้วโดยสัญญาว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยไม่ว่าในฐานะส่วนตัวหรือแทนบุตรดังสำเนาสัญญาท้ายคำให้การ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย โจทก์อ้างในฟ้องว่าเป็นบุตรของจำเลยประการหนึ่งหรือหากศาลพิจารณาได้ความว่าโจทก์เป็นบุตรจำเลยประการหนึ่งก็ถือได้ว่าโจทก์ฟ้องบุพการี ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถาน โจทก์รับว่าได้ลงลายมือชื่อไว้ในข้อตกลงตามเอกสาร ล.๑ และได้รับเงินไปจริง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่ายและวินิจฉัยว่า เอกสาร ล.๑ เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทระหว่างจำเลยกับนางจรูญศรีทั้งในฐานะส่วนตัวของนางจรูญศรีเองและในฐานะแทนโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง นอกจากนี้โจทก์ได้บรรยายฟ้องโดยชัดแจ้งว่าโจทก์เป็นบุตรของจำเลยอันถือได้ว่าจำเลยเป็นบุพการีของโจทก์ ต่อไปถ้าศาลฟังว่าจำเลยเป็นบิดาของโจทก์แล้วโจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๔ พิพากษายกฟ้องทุกข้อหา แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะดำเนินคดีอย่างอื่นต่อไปตามสิทธิอันโจทก์พึงมี

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เอกสาร ล.๑ เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่มารดาโจทก์ทำไว้กับจำเลย เพื่อระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ แต่สัญญานี้นางจรูญศรีไม่มีอำนาจทำแทนโจทก์เพราะศาลมิได้อนุญาตหาผูกพันโจทก์ไม่ เพราะขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๔๖(๔๐) ส่วนที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะจำเลยเป็นบุพการีของโจทก์ ต้องห้ามตามมาตรา ๑๕๓๔ นั้น เห็นว่าจะนำมาตราดังกล่าวมาปรับกับคดีฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรไม่ได้ เพราะมาตรา ๑๕๒๙ บัญญัติให้เด็กฟ้องได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ดำเนินการสืบพยานต่อไป แล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาคำฟ้องของโจทก์ตลอดจนคำขอท้ายฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีนี้เป็นเรื่องนางจรูญศรีมารดาของเด็กหญิงติ๋วผู้เยาว์เป็นโจทก์ฟ้องแทนเด็กหญิงติ๋วตามนัยมาตรา ๑๕๒๙ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงมีอำนาจฟ้องได้ เอกสาร ล.๑ ซึ่งมีความว่า "ข้าพเจ้าจะไม่เกี่ยวข้องกับร้อยตำรวจโทณรงค์ บูรณบูลย์และจะไม่ใช้สิทธิเรียกร้องแทนบุตรของข้าพเจ้าต่อร้อยตำรวจโทณรงค์ฯอีกด้วย ข้าพเจ้าได้รับเงิน ๕,๐๐๐ บาท จากร้อยตำรวจโทณรงค์ฯ เป็นการตอบแทนไปแล้ว นับแต่วันนี้ไปจะไม่เกี่ยวข้องกับร้อยตำรวจโทณรงค์ในฐานะใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะแทนเด็กที่อ้างว่าเกิดจากร้อยตำรวจโทณรงค์ฯ นั้น ฟังได้เพียงว่าเป็นหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งมีผลผูกพันเฉพาะนางจรูญศรีกับจำเลยเท่านั้น หามีผลผูกพันถึงเด็กหญิงติ๋วไม่ เพราะส่วนที่เกี่ยวกับเด็กหญิงติ๋วนั้นนางจรูญศรีไม่มีอำนาจทำแทนได้เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากศาลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๔๖(๔) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน พูนคำ · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธ์
ศาลอุทธรณ์ - นายกำจร ปัทมานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้