คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยเป็นจีนไม่รู้ภาษาไทยนำสินค้าผ่านด่านที่เบตง ได้จ้างเสมียนคนไทยเขียนรายการสินค้าในใบขนยื่นต่อเจ้าพนักงาน ปรากฎว่าสินค้าบางอย่างมีมากกว่าที่ใบขน โจทก์จึงฟ้องจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่ากิริยาของจำเลยยังไม่พอฟังว่ามีเจตนาจะปลอมหนังสือและหลีกเลี่ยงค่าภาษี
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ๒ ข้อ ว่า ๑. พระราชบัญญัตศุลกากรไม่ต้องมีเจตนาทุจจริตเป็นผิดได้ และ ๒. จำเลยมีเจตนาทุจจริตจึงเป็นผิดฐานปลอมหนังสือ ศาลฎีกาตัดสินว่า ฎีกาข้อ ๒. เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับพิจารณา และเห็นว่าตามพ.ร.บ. ศุลกากร ม.๒๗ ความผิดฐานฉ้อภาษีของรัฐบาลนั้นจะต้องทำโดยเจตนาเมื่อศาลอุทธรณ์ชี้ขาดในข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะจดเท็จในใบขนแล้วก็ต้องฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะฉ้อรัฐบาลจึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน